สถานการณ์ความขัดแย้งภายในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทวีความร้อนแรงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเกิดการเผชิญหน้าทางข้อมูลระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายตรวจสอบ
นำโดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่เตรียมเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการจัดจ้าง บริษัทออแกไนเซอร์ (Organizer) ในการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ หรืออีเวนต์ ของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งสิ้น 13 รายการ
เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2569 นพ.สุภัทร ระบุว่า ได้รับข้อมูลและข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับการใช้วงเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ หรือเงินบำรุงโรงพยาบาล ไปกับการจัดกิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนัก ทั้งในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกรมต่าง ๆ ในสังกัดอีก 8 กรม
ข้อสังเกตสำคัญคือ ความเหมาะสมในการนำเงินบำรุงของโรงพยาบาล ซึ่งโดยหลักการควรเก็บไว้เป็นเงินสะสมสำหรับการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ และการพัฒนาคุณภาพบริการแก่ผู้ป่วย แต่กลับถูกดึงไปใช้ในการจัดกิจกรรมอีเวนต์ ในขณะที่โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ กำลังประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก
นอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดจ้างบริษัทออแกไนเซอร์ เพียงรายเดียวในหลายโครงการ จึงต้องการให้มีการตรวจสอบทั้งระบบ เพื่อป้องปรามการทุจริต และคุ้มครองเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ไม่ให้เสี่ยงต่อการกระทำผิดระเบียบวินัย
รมว.สธ. ยันโปร่งใส ชี้เป็นงบสื่อสารนโยบายดิจิทัล
ทางด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยขอให้ผู้ร้องเรียน "อย่ามั่ว" และยืนยันว่าการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เป็นไปเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะการส่งเสริมนโยบายดิจิทัล เช่น การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ "หมอพร้อม" มาใช้รวบรวมข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อคืนข้อมูลให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระงานของบุคลากร และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในระยะยาว
นายพัฒนายืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละโรงพยาบาลตามขั้นตอนปกติและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งตั้งคำถามย้อนกลับถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในอดีตของ นพ.สุภัทร สมัยที่ยังดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.จะนะ
ขณะที่ นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงชี้แจงเพิ่มเติมว่า การสื่อสารนโยบายสาธารณสุขมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ เช่น บริการป้องกันกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สิทธิการฟอกไต และการบริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
พร้อมระบุว่า ไม่ควรด่วนสรุปว่า การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง เนื่องจากฐานะทางการเงินของโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งต้นทุนการรักษาที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาระค่าจ้างบุคลากร และอัตราการชดเชยค่าบริการจากกองทุนที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
เปิดปริศนาเงินบัตรทอง 6 หมื่นล้านบาท
นอกเหนือจากประเด็นงบอีเวนต์แล้ว นายพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ยังเปิดประเด็นตรวจสอบงบประมาณปี 2568 โดยอ้างอิงข้อมูลจากระบบ Financial Data Hub (FDH) ว่า จากงบประมาณในระบบบริการสุขภาพทั้งหมด 168,296 ล้านบาท (ไม่รวมเงินเดือนบุคลากร)
พบว่ามีเงินโอนเข้าสู่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจริงเพียง 107,731 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 64 เท่านั้น ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เงินงบประมาณที่เหลืออีกประมาณ 60,000 ล้านบาท หายไปไหน หรือถูกนำไปจัดสรรให้กับส่วนใด ที่มีความจำเป็นมากกว่าโรงพยาบาลหลักของประเทศ
ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์ตอบโต้อย่างทันควัน โดยวิจารณ์ว่า รมว.สาธารณสุข ไม่เข้าใจโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างแท้จริง
เนื่องจากเงินจำนวน 60,000 ล้านบาท ดังกล่าวไม่ได้สูญหายไปไหน แต่เป็นการกระจายไปจัดสรรให้แก่หน่วยบริการในทุกสังกัดตามระบบ ทั้งโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันสิทธิการแพทย์แห่งประเทศไทย โรงพยาบาลสังกัดทหาร ตำรวจ โรงพยาบาลเอกชน รวมถึงงบประมาณด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
โดยข้อมูลจากอดีตบอร์ด สปสช. ระบุว่า งบปี 2568 ได้ถูกจัดสรรให้ภาคเอกชนกว่า 25,000 ล้านบาท หน่วยงานรัฐนอกสำนักงานปลัด สธ. อีก 18,000 ล้านบาท หน่วยงานรัฐนอก สธ. อีก 18,000 ล้านบาท ตลอดจนงบประมาณสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยเฉพาะโรค เช่น โรคติดเชื้อเอชไอวี และโรคไตวายเรื้อรัง
เจาะลึกงบ "7 นางฟ้า" พุ่งสูงเกินแผน สั่งเค้นเส้นทางเงินใน 7 วัน
ประเด็นที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ นโยบายหน่วยนวัตกรรมบริการสาธารณสุข 7 ประเภท หรือที่เรียกว่า "7 นางฟ้า" ซึ่งขึ้นทะเบียนกับ สปสช. เพื่อกระจายการบริการสู่ชุมชนและลดความแออัดในโรงพยาบาล ประกอบด้วย
- ร้านยาคุณภาพ
- คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น
- คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น
- คลินิกทันตกรรมชุมชนอบอุ่น
- คลินิกกายภาพบำบัดชุมชนอบอุ่น
- คลินิกเทคนิคการแพทย์ชุมชนอบอุ่น
- คลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น
จากข้อมูลพบว่า ในปีงบประมาณ 2569 กลุ่ม 7 นางฟ้าได้รับการจัดสรรงบประมาณ 3,600 ล้านบาท แต่กลับมีการใช้งบประมาณจนหมดลงภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนแรก ส่งผลให้ต้องมีการเสนอขอดึงงบประมาณจากส่วนการดูแลระยะยาว (Long-term care) จำนวน 1,800 ล้านบาท มาใช้สมทบเพื่อประคองการดำเนินงาน
และสำหรับการตั้งงบประมาณปี 2570 มีการขอสูงถึงเกือบ 5,000 ล้านบาท ส่งผลให้ นายพัฒนามองว่าเป็นการขอที่สูงเกินความจริง จึงสั่งการให้ชะลอและกันงบประมาณจำนวน 1,400 ล้านบาทไว้ตรวจสอบ
ล่าสุด นายพัฒนา ออกคำสั่งให้ สปสช. สรุปข้อมูลการจัดสรรเงิน 60,000 ล้านบาท และรายละเอียดการใช้งบของกลุ่ม 7 นางฟ้า อย่างละเอียดภายใน 7 วัน โดยต้องระบุตัวตนและสถานะทางกฎหมายของผู้รับเงินว่าเป็นนิติบุคคล บุคคลธรรมดา มูลนิธิ หรือคลินิก พร้อมตรวจสอบว่ามีการกระจุกตัวของงบประมาณ ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งหรือไม่ รวมถึงการตรวจเชิงลึกเพื่อป้องกันปัญหาการเบิกจ่ายเท็จหรือ "คีย์ทิพย์"
ทั้งนี้ รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่าไม่ได้กล่าวหาว่า มีการทุจริตในเบื้องต้น แต่ต้องการดูเรื่องประสิทธิภาพของการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข ต้องรับภาระดูแลประชากรสูงถึงร้อยละ 80 ของประเทศ พร้อมส่งสัญญาณอาจรื้อแนวทางการจัดสรรงบประมาณ สปสช.ใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้โรงพยาบาลหลักสามารถดำเนินงานอยู่ได้ โดยไม่ประสบภาวะล้มละลาย
อ่านข่าว :
แพทย์แผนไทย-UTWA จี้สอบรถแห่ล้อเลียน "นวดไทย" ทำเสื่อมเสียมรดกโลก
สดุดี 2 ตำรวจตากใบ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เลื่อนยศเป็น "พล.ต.ต."









