จับตาเมียนมาเร่งฟื้นเศรษฐกิจ คต.เผยดันผลิต-ส่งออกเกษตร เดินหน้าพลังงาน

เศรษฐกิจ
15:36
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
จับตาเมียนมาเร่งฟื้นเศรษฐกิจ  คต.เผยดันผลิต-ส่งออกเกษตร เดินหน้าพลังงาน

วันนี้ (10 ส.ค.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2569 พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลเมียนมาในรอบ 100 วัน ต่อที่ประชุมรัฐสภาสหภาพ สมัยสามัญ ครั้งที่ 2 ซึ่งมีสาระสำคัญด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเป็นทิศทางนโยบายที่กรมการค้าต่างประเทศเห็นว่า ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างไทย – เมียนมาในระยะต่อไป

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

นางอารดา กล่าวต่อว่า โดยรัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจในหลายมิติ โดยมุ่งยกระดับภาคการผลิต สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มมูลค่าให้แก่วัตถุดิบภายในประเทศ และเพิ่มรายได้จากการส่งออก ดังนี้ ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งข้าวและข้าวหอมพันธุ์ปอว์ซาน รวมทั้งสินค้าเกษตรสำคัญ ได้แก่ ถั่ว ข้าวโพด ยางพารา และสินค้าประมง เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างรายได้ จากการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร

ด้านพลังงาน ส่งเสริมการสำรวจแหล่งพลังงานใหม่ และสนับสนุนการขยายฐานการกลั่นน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ด้านการเงิน ส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการค้าระหว่างประเทศ และด้านการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ รวมถึงการพัฒนาเส้นทางการค้าชายแดน และเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

จับตาเมียนมาเร่งฟื้นเศรษฐกิจ  คต.เผยดันผลิต-ส่งออกเกษตร เดินหน้าพลังงาน

จับตาเมียนมาเร่งฟื้นเศรษฐกิจ คต.เผยดันผลิต-ส่งออกเกษตร เดินหน้าพลังงาน

แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เมียนมายังคงมุ่งใช้ภาคการผลิตเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน การเพิ่มศักยภาพการส่งออก และการส่งเสริมการค้าและการลงทุน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวอีกว่า นอกจากนโยบายด้านการค้าแล้ว รัฐบาลเมียนมาให้ความสำคัญกับการสร้างสันติภาพภายในประเทศ โดยเดินหน้าเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ (EAOs) และย้ำถึงหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ รวมทั้งการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งหากมีความคืบหน้าเกิดขึ้นจริง จะเป็นปัจจัยบวกที่จะส่งผลให้สถานการณ์บริเวณชายแดนมีเสถียรภาพมากขึ้น เอื้อต่อการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและโลจิสติกส์ การเชื่อมโยงการค้าชายแดน การขนส่งสินค้าระหว่างไทย - เมียนมา

จับตาเมียนมาเร่งฟื้นเศรษฐกิจ  คต.เผยดันผลิต-ส่งออกเกษตร เดินหน้าพลังงาน

จับตาเมียนมาเร่งฟื้นเศรษฐกิจ คต.เผยดันผลิต-ส่งออกเกษตร เดินหน้าพลังงาน

และการอำนวยความสะดวกทางการค้า รวมทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและนักลงทุนในระยะยาว และหากเมียนมามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองมากขึ้น ฝ่ายไทยก็จะมีโอกาสในการเจรจาลดอุปสรรคทางการค้ากับเมียนมาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการขอใบอนุญาตนำเข้าสินค้า (Import License) ที่เป็นข้อจำกัดทางการค้าระหว่างสองประเทศมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2568

ในปี 2568 เมียนมาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 21 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 244,051.23 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก 146,747.31 ล้านบาท และนำเข้า 97,303.92 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการค้าชายแดน 193,663 ล้านบาท (-7.4%) มีสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่ และสัตวน้ำ มีสินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ โทรศัพท์มือถือ น้ำมันดีเซล และสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร

อย่างไรก็ตาม กรมฯจะติดตามการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ และมาตรการด้านการค้าของรัฐบาลเมียนมาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมาตรการที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยและใช้เวทีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ที่กำลังจะจัดขึ้นในปลายปีนี้ เป็นโอกาสในการพูดคุยแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย สามารถวางแผนธุรกิจ และปรับตัวให้เหมาะสมภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

อ่านข่าว:

จับตาไทยเปิดสัมพันธ์เมียนมา “เกมวัดใจ” แนะรัฐบาลตั้งกรอบชัด มิตรภาพต้องมีขอบเขต

ผู้นำรัฐบาลเมียนมา "มิน ออง ไลง์" คาดหวังอะไรจากการเยือนไทย ?

"อนุทิน" เตรียมฟื้นการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์