วันนี้ (18 ส.ค.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนของคนต่างด้าวในช่วง 7 เดือนปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 736 เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 219,208 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 133 ราย เงินลงทุน 38,603 ล้านบาท ในธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาด้านเทคนิค และการออกแบบการวางผังเครื่องจักร และระบบอัตโนมัติให้กับลูกค้า เป็นต้น สหรัฐอเมริกา 121 ราย เงินลงทุน 6,226 ล้านบาท ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย
สิงคโปร์ 97 ราย เงิน ลงทุน 61,112 ล้านบาท ธุรกิจผลิตไม้วีเนียร์ (Wood Veneer) ธุรกิจบริการ Data Center ที่ใช้พลังงานประสิทธิภาพสูง ธุรกิจบริการให้ใช้ช่วงสิทธิแฟรนไชส์ (Franchising) เพื่อประกอบธุรกิจการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนญี่ปุ่น 94 ราย เงิน ลงทุน 45,085 ล้านบาท ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า
ไทยยังเนื้อหอม ต่างชาติแห่ลงทุน 7 เดือน เงินทุนไหลเข้า กว่า 2.19 แสนล้าน
ฮ่องกง 72 ราย เงินลงทุน 14,077 ล้านบาท ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้า พลังงานลม สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่าการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 153 ราย มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 59,748 ล้านบาท โดย 7 เดือน (เดือน ม.ค.-ก.ค.2569) มีเงินทุนไหลเข้าไทย 219,208 ล้านบาท รวมถึงมีการจ้างงานคนไทย จากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 5,229 คน
ไทยยังเนื้อหอม ต่างชาติแห่ลงทุน 7 เดือน เงินทุนไหลเข้า กว่า 2.19 แสนล้าน
นอกจากนี้ ยังพบว่าการลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 360 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 736 ราย มูลค่าลงทุน157,328 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries)
สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วง 7 เดือน (เดือนม.ค. – ก.ค.) มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 220 ราย มูลค่าการลงทุน 85,615 ล้านบาท โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน เงินลงทุน 30,042 ล้านบาท ญี่ปุ่น เงินลงทุน 22,636 ล้านบาท ฮ่องกง เงินลงทุน 4,803 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 83 ราย ลงทุน 28,134 ล้านบาท
ไทยยังเนื้อหอม ต่างชาติแห่ลงทุน 7 เดือน เงินทุนไหลเข้า กว่า 2.19 แสนล้าน
โดยธุรกิจที่ลงทุน ธุรกิจซ่อมบำรุง Aircraft Nacelle และชิ้นส่วนของ Nacelle ของอากาศยานทางการทหาร ธุรกิจการแปรรูปไม้ เพื่อใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ธุรกิจบริการเป็นศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัยธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA) เป็นต้น
ทั้งนี้ เฉพาะเดือน ก.ค. มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 96 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทาง การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 26 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่า ด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 70 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 31,594 ล้านบาท
ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก จีน สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุน ที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 960 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมหลุมขุดเจาะปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องมือ Clean Energy Equipment และองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแม่พิมพ์เครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตรถยนต์ เป็นต้น
อ่านข่าว:
ลุยตรวจนิติบุคคล 36,277 ราย กรมพัฒน์ฯ แฉต่างชาติ ถือครองโฉนดที่ดินอื้อ
ญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นไทย BOI ผนึกเจโทร-หอการค้า เร่งยกระดับฐานผลิต
ไทยเนื้อหอมต่างชาติแห่ลงทุน "เงินสะพัด" แตะ1.54 แสนล้าน
