วันนี้ (18 ส.ค.2569) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา ระยะเวลา 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2575 กรอบวงเงิน 2,854.74 ล้านบาท เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนและเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชนและภาคการเกษตร รวมถึงรองรับความต้องการใช้น้ำ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
โครงการจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักน้ำต้นทุนประมาณ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยพื้นที่รับประโยชน์ด้านการเกษตรในฤดูฝนประมาณ 10,000 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 3,000 ไร่ เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้เกษตรกร มีน้ำสำหรับการเพาะปลูก และช่วยให้สามารถวางแผนการผลิตได้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในแต่ละฤดูกาล
ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนน้ำสำหรับ การอุปโภคบริโภคในพื้นที่ EEC จ.ฉะเชิงเทรา ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี รวมถึงสนับสนุนการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในการเสริมศักยภาพ การผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกง
โครงการยังมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตในพื้นที่ในระยะยาว โดยตลอดอายุโครงการ 50 ปี คาดว่าจะเกิดผลประโยชน์ด้านการเกษตรประมาณ 4,048.6 ล้านบาท ด้านการอุปโภคบริโภคประมาณ 1,892.5 ล้านบาท และด้านการประมงและจับสัตว์น้ำประมาณ 141.5 ล้านบาท รวมเป็นผลประโยชน์ประมาณ 6,082.6 ล้านบาท ตลอดอายุโครงการ
ผลประโยชน์ดังกล่าวสะท้อนการใช้แหล่งน้ำอย่างครบมิติ ตั้งแต่การสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำสำหรับประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมด้านประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยมีเป้าหมายให้การเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนเกิดประโยชน์ต่อพื้นที่อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีกำชับให้กรมชลประทาน เร่งรัดการจัดหาที่ดินและจ่ายค่ารื้อย้ายทรัพย์สินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเร่งดำเนินการขอหนังสืออนุญาต จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทราให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามแผนงานที่กำหนด โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามกรอบเวลา และบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง เป็นการวางรากฐานความมั่นคงด้านน้ำให้กับ จ.ฉะเชิงเทรา ทั้งสำหรับเกษตรกรและการเพาะปลูก การอุปโภคบริโภคของประชาชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน EEC ควบคู่กับการดูแลด้านการประมงและระบบนิเวศ เพื่อให้พื้นที่มีน้ำรองรับทั้งในช่วงฝนและช่วงแล้ง และสามารถรับมือกับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ
อ่านข่าว :
ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ "อ่างเก็บน้ำคลองโพล้" จ.ระยอง
ครม.เคลียร์ปม "ทรงผมนักเรียน" ไม่แก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ เปิดทาง รร.กำหนด
รัฐบาลอนุมัติงบ 433.5 ล้านให้ มท.เสริมความปลอดภัย จว.ชายแดนไทย-กัมพูชา
