“เลขาฯ สมช.” คาด เหตุป่วนใต้ตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ รัฐเข้มขึ้นหลังเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต

ภูมิภาค
12:24
จำนวนผู้ชม 65
Thai PBS
“เลขาฯ สมช.” คาด เหตุป่วนใต้ตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ รัฐเข้มขึ้นหลังเหตุยิงทหารพรานเสียชีวิต

วันนี้ (24 ส.ค.2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังที่เรียกฝ่ายความมั่นคง เข้าประชุมถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วันนี้เป็นการประเมินสถานการณ์ คงมีการทำงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ขับเคลื่อนทำงานอยู่ โดยเฉพาะการติดตามและพิสูจน์ทราบกลุ่มที่มาก่อเหตุ

เมื่อถามว่า จะอุดช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการก่อเหตุอย่างไร นายฉัตรชัย กล่าวว่า เชื่อว่าทางกองทัพภาคที่ 4 ก็ทำเต็มที่ โดยเฉพาะการดูแลหลังเกิดเหตุการณ์ มีการใช้กำลังออกมาปฏิบัติเพื่อควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ

เรามีเป้าหมายคือดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ เป้าหมายสำคัญคือต้องให้ประชาชนกระทบน้อยและมีความปลอดภัย

เมื่อถามว่า การก่อเหตุเกิดขึ้นถี่มองว่ามีปัจจัยอะไรพิเศษหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า โดยพื้นฐานเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายจุดเคยเกิดลักษณะนี้มาหลายครั้ง ก่อนหน้านี้ก็มีมาตลอด ซึ่งกลุ่มที่ก่อเหตุหรือกลุ่มคนในพื้นที่ อาจจะแสดงการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์กับภาครัฐที่มีความเข้มข้น ภายหลังจากการเสียชีวิตของทหารพราน 5 นาย จึงเป็นไปได้ว่าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มีการตอบโต้ฝ่ายความมั่นคงของเรา แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตแต่มีผู้บาดเจ็บ

ทั้งนี้ ในส่วนจำนวนเหตุการณ์ต้องแยกแยะไปดู ไม่ใช่ว่าวางกล่องไว้ 1 กล่องแล้วเป็น 1 เหตุการณ์ ก็ต้องไปดูว่าเหตุการณ์นั้นหนัก-เบา อย่างไร เราไม่อยากนับว่าเผายางรถยนต์ก็เป็นหนึ่งเหตุการณ์ บางทีก็เป็นรายละเอียดมากเกินไป

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า การก่อเหตุจะเกิดขึ้นที่การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.สงขลา นายฉัตรชัย กล่าวว่า ไม่กังวล เรามีความพร้อมที่จะดูแล รวมถึงประสานงานหน่วยงานในพื้นที่ทราบว่าทางแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการทหารบก ก็ทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เมื่อถามว่า ได้มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าการก่อเหตุครั้งนี้เขาต้องการอะไร นายฉัตรชัยกล่าวว่า สังเกตว่าไม่มีผู้เสียชีวิตและถ้านับในเชิงทรัพย์สิน ก็มีที่ทำการฯ ประมาณ 15 แห่ง ส่วนที่เหลือก็เป็นเหตุการณ์เช่นการเผายางรถยนต์ ดังนั้นต้องไปดูว่าแต่ละส่วนส่วนที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และใครเกี่ยวข้อง ซึ่งตรงนี้ทางตำรวจและกองทัพภาคที่ 4 กำลังดำเนินการ

เมื่อถามว่า ได้มีการประสานกับทางการมาเลเซีย ให้สกัดผู้ก่อเหตุไม่ให้หนีออกหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาในช่วงปีนี้ทางมาเลเซียมีการเข้มข้นเรื่องชายแดนอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่ระบุว่าจะมีการปิดท่าข้าม ซึ่งเป็นช่องทางทางธรรมชาติแต่เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นเพราะคนข้างในเรา

เมื่อถามว่า มีการรายงานหรือไม่ว่าการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นเพราะกลุ่มใหม่ที่เป็นวัยรุ่นหรือกลุ่มเก่า นายฉัตรชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ผสมผสานกันจะบอกว่าเป็นกลุ่ม BRN ก็คงไม่ถึงขนาดนั้นแต่มีกลุ่มภัยแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้องด้วย สังเกตได้จากที่มีการเผาที่ทำการ อบต. ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเป็นข้อสังเกตว่า ทำไมเป้าหมายถึงเป็นที่ทำการของ อปท.ทั้งหลาย ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่เราต้องไปสืบสวนสอบสวนดู เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงรูปแบบการก่อเหตุที่ไม่ได้มุ่งเป้าที่ประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องไปสืบสวน อย่างไรก็ตามนายกฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นหลัก โดยล่าสุดทางกองทัพภาคที่ 4 พยายามขับเคลื่อนและเข้าไปควบคุมสถานการณ์

เมื่อถามอีกว่า มองว่าเรื่องการเมืองมีมูลที่ทำให้เกิดการก่อเหตุ หรือไม่เช่นกันยั่วยุเจ้าหน้าที่รัฐ นายฉัตรชัยกล่าวว่า ในเชิงผู้ก่อเหตุเป็นการตอบโต้อยู่แล้วเพราะที่ผ่านมา หลังจากที่มีทหารพรานเสียชีวิตทางภาครัฐก็ทำเต็มที่ และมีความเข้มข้นเขาคงแสดงการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ว่าเขาก็มีศักยภาพและขีดความสามารถ แต่ทั้งหมดตนคงไม่เหมารวมว่าเป็นกลุ่มขบวนการอย่างเดียว อาจจะมีภัยแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้องด้วย เช่นเรื่องอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ที่แสวงประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งต้องไปตรวจสอบทั้งหมดเราไม่เหมารวมว่าเป็น BRN หรือกลุ่มขบวนการอย่างเดียว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ทางการข่าวเจ้าหน้าที่รู้ล่วงหน้านั้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า อย่างที่แม่ทัพบอกว่าบางทียากเหมือนกัน เรารู้ว่าจะมีการก่อเหตุ แต่เรื่องวันเวลาเป็นสิ่งที่ตรวจสอบยาก

ส่วนหลังจากนี้จะรับมืออย่างไรนั้นในชั้นต้นการใช้ขีดความสามารถของทหารตำรวจ และฝ่ายปกครองต้องเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งทางนายกฯได้กำชับว่า งานข่าวต้องเข้มข้นขึ้น ส่วนอีกเรื่องคือชายแดนทราบว่าส่วนหนึ่งมาจากภายในเยอะ แต่ก็ต้องป้องกันภัยภายนอกด้วย โดยเฉพาะด่านต่าง ๆ และท่าข้ามและอีกด้านหนึ่งคือความร่วมมือกับมาเลเซีย 3 ส่วนนี้ต้องทำไปควบคู่กัน และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน

เมื่อถามว่า ต้องเพิ่มความเข้มแข็งของปีกทหารหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า เชื่อว่าปีกทหารเข้มแข็งอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้ไปตรวจสอบว่า ทำไมถึงเกิดเหตุเฉพาะที่ทำการท้องถิ่น และทำไมจุดอื่นถึงยังไม่เกิดเหตุ เป็นปัจจัยที่เราต้องไปประกอบการพิจารณา

เมื่อถามว่า นายกฯ ได้กำชับอะไรหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ต้องทำให้เร็วที่สุดอะไรที่เคลียร์ได้หรือบังคับใช้กฎหมายได้ ก็ต้องทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

อ่านข่าว

ผอ.ข่าวกรอง ประเมิน 3 ปัจจัยเหตุป่วนใต้ ใกล้ตั้งโต๊ะเจรจา-สับเปลี่ยนกำลัง

ลอบเผา-วางระเบิด เทศบาลตำบลพ่อมิ่ง จ.ปัตตานี - รถยนต์เสียหาย 3 คัน

ด่วน มีรายงานเหตุระเบิดหลายจุด - ลอบเผา จ.นราธิวาส -ยะลา