วันนี้ (24 ส.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ยื่นหนังสือต่อนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้เร่งรัดการสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะบุคคลที่มีอำนาจทางการเมือง ซึ่งอาจมีบทบาทอยู่เบื้องหลังการทุจริตสอบ
นายไพศาล เรืองฤทธิ์ คณะกรรมการกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคต้องการติดตามและสนับสนุนการทำงานของ ป.ป.ช. หลังได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายหลายรายที่อ้างว่าได้จ่ายเงินเพื่อสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก ผู้เสียหายบางคนมีหลักฐาน ทั้งเส้นทางการเงินและข้อมูลการสนทนาระหว่างผู้สมัครกับนายหน้า แต่ไม่กล้านำข้อมูลออกมาเปิดเผย เพราะเกรงว่าจะถูกดำเนินคดี
นายไพศาล ระบุอีกว่า พรรคจึงต้องการให้ ป.ป.ช. พิจารณาใช้มาตรการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะมาตรา 131 และมาตรา 135 ซึ่งมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกันบุคคลที่รู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แต่ไม่ใช่ตัวการสำคัญไว้เป็นพยาน โดยอาจไม่ดำเนินคดีอาญาหรือทางวินัย พร้อมให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือตามสมควร
เป้าหมายสำคัญคือ การนำข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการสืบสวน เพื่อขยายผลตรวจสอบว่า การทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งนี้เชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด และมีผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลัง
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โครงสร้างการสอบและการบรรจุข้าราชการในปัจจุบันน่าเป็นห่วง เพราะแม้ผู้สมัครจะมีความรู้ความสามารถ แต่ก็อาจไม่ได้รับการคัดเลือก หากไม่ยอมจ่ายเงินหรือให้สินบนเพื่อแลกกับตำแหน่ง โดยพรรคได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายหลายคนที่อ้างว่า ได้จ่ายเงินเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบ ทั้งในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นจำนวนที่อยู่นอกเหนือจากผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,900 คนที่มีการพูดถึงก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ พรรคยังได้รับข้อมูลว่า ปัญหาการทุจริตเพื่อแลกกับการเข้ารับราชการไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นในสังกัดกระทรวงมหาดไทย แต่ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจบางแห่งที่อาจมีกระบวนการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการเข้ารับตำแหน่ง และอาจดำเนินการในลักษณะนี้มานานไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแก้ไขคะแนน
พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องการติดตามการทำงานของ ป.ป.ช. รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า กระบวนการสอบและการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐเป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้
อ่านข่าว :
รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เฟสแรก 1.3 กม.เสร็จแล้ว เดินหน้าเฟส 2 กว่า 8 กม.
เช็กสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักยังรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม.
จีนจัดแข่งขันกีฬา "หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์" โลก ประชันมวย-วิ่ง-ไทเก๊ก
