"เหตุอันควรเชื่อได้ว่า" ตีความคดีฮั้ว สว.ส่งศาลฎีกา

การเมือง
16:20
จำนวนผู้ชม 28
Thai PBS
"เหตุอันควรเชื่อได้ว่า" ตีความคดีฮั้ว สว.ส่งศาลฎีกา

จนถึงขณะนี้ กกต. ยังคงยืนยันการประชุมพิจารณาสำนวน คดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 ตามกำหนดการเดิม รวมถึงวันศุกร์นี้ ที่จะประชุมพิจารณาสำนวน และยังคงเหลือวาระการประชุมอีก 2 นัด ก่อนลงมติ-ชี้ขาดให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 7 ก.ย.2569

ในขณะที่ พรรคประชาชน หยิบสำนวนใน "คดีฮั้วเลือก สว." มาเปิดเผยและอ้างอิงต้องส่งศาลฎีกาชี้ขาด แกนนำพรรคภูมิใจไทย ก็ออกมาปฏิเสธและชี้แจง ในมุมกลับกันทำให้ต้องตั้งคำถามความชัดเจนของ "เหตุอันควรเชื่อได้ว่า" ที่ตรงตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ดูจะร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และน่าจะร้อนสุด ในวันเสาร์นี้ "คดีฮั้วเลือก สว." ที่ฝ่ายค้านจะเปิดเวทีเสวนา พร้อมเปิดหลักฐานเชิงลึก แต่จะว่าไป ตอนนี้ มีข้อมูลที่ว่าด้วย "เหตุอันควรเชื่อได้ว่า" 2 ชุดด้วยกัน ชุดหนึ่งของฝ่ายค้าน-พรรคประชาชน อีกชุดหนึ่งของฝ่ายรัฐบาล-พรรคภูมิใจไทย

แกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังตั้งข้อสังเกตไหมว่า พรรคฝ่ายค้าน-พรรคประชาชน หรือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รวมไปถึง "ไอลอว์" หรือนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ กำลังชี้นำสังคม ผ่านสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 จากผลการสอบสวน-ไต่สวนของคณะกรรมการกลาง ชุดที่ 26 ซึ่ง "กกต. และดีเอสไอ" ทำงานร่วมกันและเสนอไว้

ข้อสังเกตจากบริบทโดยรวมของ สำนวนชุดนี้ กำลังถูกตั้งคำถาม หนึ่งคือเกี่ยวข้องกับอดีต รมว.ยุติธรรมไหม สองประธานของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ทำอะไร อย่างไร สำนวนในคดีถึงหลุดออกมาสู่สาธารณะ และพรรคประชาชน เป็นเหตุให้อ้างอิงมากล่าวหาแกนนำพรรคภูมิใจไทย สส.และรัฐมนตรีของพรรค

คำถามจากฝ่ายของพรรคภูมิใจไทย มีอยู่ว่า แล้วทำไม ผลการสอบสวน-ไต่สวนของคณะกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ของ กกต. กรณี "ยกคำร้อง" ถึงไม่หลุดออกมา และถูกหยิบมา สะท้อนข้อมูล-ข้อเท็จจริง ในอีกด้านหนึ่งด้วย เพื่อจะได้รับรู้ว่า จุดไหน-อย่างไร ที่ไม่มีและไม่พบ เหตุกระทำผิด ฮั้วเลือก สว.

และปมเอกสารราชการหลุด ซึ่งหมายถึงสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ที่กล่าวหาผู้ร่วมขบวนการ 229 คน "ดีเอสไอ" แจ้งความดำเนินคดีแล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล เชื่อว่า จะหาตัวบุคคลที่นำข้อมูลมาเปิดเผย "ไม่ยาก" และแม้จะตอบว่า "ไม่รู้" ว่าเกี่ยวกับอดีต รมว.ยุติธรรมหรือไม่ แต่ก็ชี้ว่า คนนั้นเจตนาไม่ดีกับรัฐบาล

มาถึงเวลานี้ต้องบอกว่า "เหตุอันควรเชื่อได้ว่า" เพื่อส่งหรือไม่ส่ง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง "ฟัน สว." ที่ฮั้วเลือกเข้ามา มี 2 ชุดแล้ว อยู่ที่ "กกต." จะพิจารณา-วินิจฉัยและลงมติอย่างไร ภายในวันที่ 7 ก.ย.นี้ ท่ามกลางการคาดการณ์ถึง "ฉากทัศน์" ทางการเมืองที่จะตามมา

ศุกร์ที่ 28 ส.ค. กกต. ยังคงประชุมพิจารณา-สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. โดยมีรายงานว่า กกต.ยังคงย้ำว่า จะลงมติ-ชี้ขาด "ส่งหรือไม่ส่ง" คดีให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ไม่วันที่ 31 ส.ค.นี้ ต้องย้ำว่า ก็ต้องภายในวันที่ 7 ก.ย.นี้

และถ้ายึดตาม ข้ออ้างอิงของฝ่ายพรรคภูมิใจไทย ฉากทัศน์นั้น ย่อมหมายถึง "ไม่ส่งศาล" เส้นทางนี้มีโอกาสเป็นไปได้ในทางกฎหมาย แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง เชื่อได้ว่า แรงกระแทกจะพุ่งตรงไปที่ กกต. และตามด้วยรัฐบาลอย่างแรง โดยเฉพาะ "ความเชื่อมั่น-ศรัทธา"

แต่ถ้ายึดตาม ข้ออ้างอิงของฝ่ายพรรคประชาชน ฉากทัศน์นั้น คือ "ส่งศาล" ตามข้อกล่าวหา ขบวนการฮั้ว 229 คน มี 138 สว. เป็นตัวตั้ง ที่ต้องเพิกถอนและตัดสิทธิ์ รวมถึงขยายผลถึงการดำเนินคดี "แกนนำ สส.และรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย" ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้ กกต. จะปลอดภัย แต่รัฐบาลระส่ำ

สุดท้ายที่คาดการณ์ว่า อาจเป็นไปได้สุด คือ การ "ส่งศาลฯ แต่บางส่วน" นอกจากพอใจทุกฝ่ายแล้ว ยังเจ็บน้อยสุด เจ็บทั้ง กกต. พรรคภูมิใจไทย รัฐบาล และฝ่ายค้าน เฉลี่ยกันเจ็บปวด จากนั้นค่อยไปว่ากันต่อ ใครถูก-ใครโดนและใครผิด อัตราเสี่ยงว่ากันว่า คนที่ถูกพรรคประชาชนเปิดหน้า

องค์ประกอบตามที่ เลขาธิการ กกต. อ้างอิงไว้ คือ การทุจริต การรู้เห็น และมีพยานหลักฐาน ว่าการเลือกไม่สุจริต จึงจะเป็น "เหตุอันควรเชื่อได้ว่า" ส่งศาลฎีกาพิจารณา-ชี้ขาด แต่จากข้อมูล 2 ชุด-2 ฝ่าย ต่างก็เชื่อได้ว่า คนละทาง ดังนั้น กกต. เท่านั้น ที่จะรักษามาตรฐานนี้ ตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ตามกรอบเวลาก็เหลืออีก 2 วันจันทร์ ตามนัด ที่ประธาน กกต. นับไว้ ก็จะรู้ว่า กกต. ลงมติอย่างไร

รายงาน : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

กกต.ยันลงมติส่ง-ไม่ส่งคดีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาฯ ภายใน 7 ก.ย.นี้

"ยิ่งชีพ" ชี้เอกสารคดีฮั้ว สว.หลุด ผู้ปฏิบัติงานต้องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ

รัฐบาลสกัดเต็มสูบ ห้ามซักฟอก "ฮั้ว สว."