"ปกรณ์" จ่อชง ครม.ผลฟังความเห็น "เออลี่รีไทร์ ขรก." จ่ายเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า

การเมือง
09:22
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
"ปกรณ์" จ่อชง ครม.ผลฟังความเห็น "เออลี่รีไทร์ ขรก." จ่ายเงินก้อนสูงสุด 12 เท่า

วันนี้ (28 ส.ค.2569) การประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น “มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ” ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับ ก.พ. ก.พ.ร. สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา

นายปกรณ์ กล่าวว่า สำนักงาน ก.พ. นำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นต่อที่ประชุมใน 5 ประเด็น ดังนี้ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 อายุ 50 ปีขึ้นไป หรืออายุราชการ 25 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ) กลุ่มที่ 2 อายุ 40–49 ปี และอายุราชการ 10 ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ)

การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม, เงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ, เงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานประจำในหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท และการกำหนดให้ส่วนราชการสามารถจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation

ทั้งนี้ การพิจารณา ที่ประชุมมีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ ดังนี้ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมมาตรการฯ เป็น 2 กลุ่ม, การกำหนดเงื่อนไขในการห้ามกลับเข้ารับราชการ และการจ้างบุคลากรภายนอก (Outsource) เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation, การกำหนดจำนวนเท่าสูงสุดของเงินก้อนที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จะได้รับในอัตราที่เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า

การกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง โดยให้ส่วนราชการยุบเลิกตำแหน่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ และสามารถบริหารจัดการตำแหน่งที่จะนำมายุบเลิกได้ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องยุบเลิกตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ดำรงอยู่โดยตรง

นอกจากนี้ มอบหมายสำนักงาน ก.พ. หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำรายละเอียดมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ และนำเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็วต่อไป

อ่านข่าว :

“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ จ่อเคาะชื่อ “พล.อ.ชัยพฤกษ์ ” นั่งเลขาฯ สมช.คนใหม่

มีผลแล้ว ระเบียบฯ เนรเทศฉบับใหม่ ส่งกลับต่างชาติทำผิดกฎหมาย

เสียชีวิตเพิ่มเป็น 392 สูญหาย 1,225 คน ภัยพิบัติเนปาล-ทิเบต