"กัน จอมพลัง" ยิ้มรับ "ทนายตั้ม" คัฟเวอร์แต่ง SWAT จ่อยื่น DSI ปมโควตาสลากคนพิการ

อาชญากรรม
10:15
จำนวนผู้ชม 35
Thai PBS
"กัน จอมพลัง" ยิ้มรับ "ทนายตั้ม" คัฟเวอร์แต่ง SWAT จ่อยื่น DSI ปมโควตาสลากคนพิการ

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2569 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ "ทนายตั้ม" ปรากฏตัวในลุคใหม่ด้วยการสวมเสื้อกั๊กสีดำสกรีนข้อความ "SWAT" พร้อมอุปกรณ์ป้องกัน และติดหนวดปลอม โดยมีทีมผู้ติดตามอีก 5 คน ร่วมเดินทางไปยังสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เพื่อยื่นเรื่องขอให้มีการตรวจสอบปัญหาการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของผู้พิการ

นายษิทรา ระบุว่า ได้รับข้อมูลการนำโควตาสลากฯ ของคนตาบอดไปสร้างรายได้ให้กับผู้มีอิทธิพล นักการเมือง และอินฟลูเอนเซอร์บางกลุ่ม จนสร้างความร่ำรวยให้ตนเอง จึงต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ์คืนให้แก่ผู้พิการ

นอกจากนี้ ยังอ้างว่ามีสายข่าวส่งข้อมูลเรื่องการจัดตั้งบริษัทนอมินี โดยให้พรรคพวกเปิดบริษัทเข้ามารับงานของมูลนิธิ เพื่อหักส่วนต่างจากเงินบริจาค ซึ่งหากรวบรวมหลักฐานจากแหล่งข่าวเพิ่มเติมครบถ้วน เตรียมจะยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในความผิดฐานฟอกเงินภายในสัปดาห์หน้า

สมาคมคนตาบอดฯ ชี้เงินสะพัดปีละ 200 ล้าน

ด้าน นายสมชาย ปัญญ์เอกวงศ์ ที่ปรึกษาสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของผู้พิการ เคยอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มาก่อนหน้านี้แล้ว และเคยมีการทำหนังสือแจ้งไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่เรื่องกลับไม่มีความคืบหน้า

เท่าที่ติดตามเชื่อว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มนักการเมือง เนื่องจากโควตาสลากฯ เปรียบเสมือนท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีการทำเป็นขบวนการ โดยพบหลักฐานการเคลื่อนไหวทางการเงินโอนเข้าบัญชีสูงถึงเดือนละกว่า 20 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวมปีละกว่า 200 ล้านบาท

"กัน จอมพลัง" โต้ไร้ชื่อรับโควตา ยันบริสุทธิ์ใจ

ขณะที่ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ "กัน จอมพลัง" ออกมาแถลงชี้แจงถึงกรณีถูกพาดพิง โดยยืนยันอย่างบริสุทธิ์ใจว่า ตนไม่มีชื่อในการได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ของผู้พิการอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาเคยมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบแล้ว ก็ไม่พบชื่อของตนแต่อย่างใด และพร้อมเปิดทางให้ตรวจสอบย้ำอีกกี่รอบก็ยินดี ส่วนเรื่องความโปร่งใสของมูลนิธิ ก็พร้อมให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานเช่นกัน

สำหรับพฤติกรรมของทนายตั้ม ที่แต่งกายเลียนแบบนั้น ตนเองรู้สึกเฉย ๆ ไม่ได้กังวลหรือหนักใจต่อการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น โดยเปรียบเทียบว่าเป็นลักษณะเดียวกับการแต่งกายเลียนแบบบุคคลที่มีผู้ชื่นชอบ และขอให้ทุกฝ่ายพิจารณาจากพยานหลักฐาน เป็นสำคัญมากกว่าการโต้แย้งกันผ่านโซเชียลมีเดีย

อ่านข่าว :

สพป.กาฬสินธุ์ สั่งย้ายครูตีเด็ก ป.5 หลังช้ำบวม 11 คน เหตุไม่ส่งการบ้าน

อุทาหรณ์ลืมใส่เกียร์ P รถหรูไฟฟ้าไหลข้ามถนนพุ่งตกคลอง อ.บางพลี

เนปาลช่วย 2 ผู้รอดชีวิตเพิ่ม หลังน้ำท่วมแล้ว 10 วัน ยอดดับสูงกว่า 1,300 คน