วันนี้ ( 7 ก.ย.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึง กรณีมีการกล่าวหากระทรวงพาณิชย์ ยกอธิปไตยทางเศรษฐกิจ โดยเปิดประตูให้กับคนต่างด้าวเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ทำให้ SME ไทยเจ๊ง และอำนวยความสะดวกให้บริษัทข้ามชาติ เคลื่อนย้ายทุนโดยไม่ผ่านการกลั่นกรอง เป็นการผ่อนคลายกฎแบบสุดโต่ง ไร้กลไกป้องกันนอมินี ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
โดยข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง คือ การที่กระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 8 ธุรกิจ ก็เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลดความซ้ำซ้อน ในการเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเปิดเสรีให้เข้ามาทำธุรกิจ เพราะยังมีกฎ กติกา และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยกำกับดูแลอยู่
สำหรับ 8 ธุรกิจ ที่กำหนดให้ไม่ต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจ แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 มีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแล ได้แก่ ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตที่ผู้ประกอบกิจการไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง กำกับดูแลโดย สำนักงาน กสทช. ซึ่ง กสทช. มีการออกใบอนุญาตประเภทนี้ไปแล้ว 525 ราย ในจำนวนนี้เป็นธุรกิจต่างด้าว 171 ราย ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
โดย ธปท. ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแข่งขันกันกับคนไทย ด้วยเหตุผลว่ากิจการนี้ต้องให้บริการกับบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเท่านั้น ธุรกิจการให้กู้ยืมเงิน ที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกัน ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กำกับดูแลโดย สำนักงาน ก.ล.ต. และธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทนผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 กำกับดูแลโดย สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่ง กลต. แจ้งว่าผู้ประกอบการไทยมีความพร้อมในการแข่งขัน
กลุ่มที่ 2 การให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือในกลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านงานธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์แบบในเครือในกลุ่ม ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจคนไทย และผู้ประกอบการ SME เพราะให้บริการเฉพาะบริษัทในเครือในกลุ่ม และที่ผ่านมา เมื่อมีการขอมาก็อนุญาตทุกครั้ง โดยมีการอนุญาตไปแล้ว 334 ราย
กลุ่มที่ 3 ธุรกิจจำกัดขอบเขตบริการ/บริการเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงิน เครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท ถือเป็นสวัสดิการพนักงาน ไม่เกี่ยวกับผู้ประกอบการไทย และธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ซึ่งกระทรวงพลังงาน สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เห็นด้วยในการถอดรหัสธุรกิจออกจากบัญชีท้าย เนื่องจากเป็นการเพิ่มผู้ให้บริการและเป็นบริการที่ใช้เทคโนโลยีและเงินลงทุนสูง โดยเฉพาะการขุดเจาะนอกชายฝั่ง ซึ่งไม่มีผู้ประกอบการไทยให้บริการ
การปลดธุรกิจออกจากบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ไม่ใช่เพิ่งทำครั้งแรก แต่ทำมาแล้ว 5 ครั้ง สะสมธุรกิจที่ปลดออกมาเรื่อย ๆ เป็นการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และที่ผ่านมา ก็มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง และหน่วยงานที่กำกับดูแล ก็ได้ให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
สำหรับการป้องกันการจดทะเบียนนอมินี กรมได้เพิ่มมาตรการความเข้มข้นมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2569 จนล่าสุดออกคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนามในห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ส.ค.2569 ทำให้การจดทะบียนจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินี (ต่างด้าวถือหุ้น 0.01-49.99%) ของเดือน ส.ค.2569 ลดลงเหลือ 163 ราย ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.2568 ซึ่งมีจำนวน 894 ราย ลดลงถึง 81.77% และในจำนวน 163 ราย ตรวจสอบแล้ว คาดว่ามีการร่วมทุนกันระหว่างชาวไทยกับชาวต่างชาติจริง 100 ราย อีก 63 ราย ดูแล้วมีความเสี่ยงเป็นนอมินี โดยได้ให้กรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้ขอจดทะเบียน มาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว หากพบความผิดปกติ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อ่านข่าว:
"ต่างชาติ" ถือครองที่ดิน 1 ล้านไร่ คอนโดกว่า 7 หมื่นห้อง "พาณิชย์" ลั่นใช้กฎหมายจัดการ
“พาณิชย์” ลุยปราบนอมินีห้วยขวาง แฉเครือข่ายจัดตั้งบริษัท-หาคนไทยถือหุ้น
สาวไส้ขบวนการ “นอมินี” กลยุทธ์ใหม่ถือสัญชาติไทยเปิดบริษัทใหม่บังหน้า
