พลพีร์สั่งปูพรมตรวจ 1,200 สุสานทั่วประเทศ-ขยายผลปมนอมินี "กาน ชาบาด"

ภูมิภาค
12:52
จำนวนผู้ชม 26
Thai PBS
พลพีร์สั่งปูพรมตรวจ 1,200 สุสานทั่วประเทศ-ขยายผลปมนอมินี "กาน ชาบาด"

วันนี้ (8 ก.ย.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสุสานชาวยิวว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้ออกหนังสือคำสั่งให้เคลื่อนย้ายศพออกจากพื้นที่สุสานใน อ.บางคล้า แล้ว

เบื้องต้นจะมีการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต 3 จาก 4 ร่างออกไป ส่วนอีก 1 ร่าง อยู่ระหว่างการขอเวลาพิสูจน์ช่วงเวลาการนำเข้ามาฝัง หากพบว่าเป็นช่วงเวลาหลังปี 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่ใบอนุญาตหมดอายุ ก็จะต้องเคลื่อนย้ายออกไปเช่นกัน

พร้อมระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเปิดเป็นสุสานได้อีกต่อไป เนื่องจากตรวจสอบพบว่าระยะห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะและถนนหลวงผิดข้อบังคับทางกฎหมายอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ในส่วนของสุสานย่านถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร ซึ่งพบร่างชาวอิสราเอลถูกนำไปฝังอยู่จำนวน 49 หลุม และมีความเชื่อมโยงกับสุสานข้างเคียงโดยมีการสร้างกำแพงกั้นเฉพาะ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายว่า การกั้นกำแพงเพื่อแบ่งพื้นที่เป็น 2 แปลงนั้น มีแปลงใดที่ลักลอบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาตหรือไม่

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้ปูพรมตรวจสอบสุสานและสถานที่ฌาปนกิจศพทั่วประเทศที่มีอยู่ราว 1,200 แห่ง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของใบอนุญาต ผู้ยื่นคำขอ และจำแนกตามศาสนา โดยในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยตนเองเพื่อติดตามความคืบหน้า

ขยายผล "กาน ชาบาด" เตรียมถอนสัญชาติหากพบผิดร้ายแรง

ในส่วนของประเด็นการดำเนินธุรกิจของชาวต่างชาตินั้น นายพลพีร์ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูล บริษัท กาน ชาบาด จำกัด พบว่ามีผู้ถือหุ้นและผู้ก่อตั้ง 3 ราย เป็นชาวอิสราเอลที่ได้รับสัญชาติไทยทั้งหมด และเป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินสุสานแปลงดังกล่าว รวมถึงศูนย์ชาบาดที่จังหวัดภูเก็ตด้วย

กระทรวงมหาดไทยได้ประสานการทำงานร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขยายผลตรวจสอบเครือข่ายชาวอิสราเอลที่ต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) หรือกระทำความผิดตามกฎหมาย

โดยพื้นที่ต้องสงสัยมีทั้งที่ จ.ฉะเชิงเทรา แปลงที่ดินศูนย์ชาบาดในย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร รวมถึงกรณีที่มีรายงานว่าชาวอิสราเอลเข้าไปซื้อที่ดินเปล่าในพื้นที่ จ.ปัตตานี ซึ่งตนเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ เพื่อป้องกันประเด็นความอ่อนไหวและความขัดแย้งทางศาสนาในสังคม

ทั้งนี้ รมช.มหาดไทย ยืนยันว่า หากผู้ถือหุ้นมีสัญชาติไทย กฎหมายไทยก็ครอบคลุมอำนาจในการตรวจสอบ ดำเนินคดี และยึดทรัพย์สินได้ทั้งหมด และหากพบการกระทำความผิดร้ายแรงก็มีขั้นตอนตามกฎหมายที่สามารถดำเนินการเพิกถอนสัญชาติและเนรเทศออกนอกประเทศได้

ผนึกกำลัง 3 หน่วยงาน สางปมทุนเทา 15 ก.ย.

นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ภายหลังการประชุม ครม. กระทรวงมหาดไทยจะประชุมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลในการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา ขบวนการสแกมเมอร์ และการถือนอมินี ก่อนจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดรายงานต่อนายกรัฐมนตรี

ส่วนกรณีที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น ตนขอยืนยันกับประชาชนว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจังตามกฎหมาย และไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติสัญชาติใดสัญชาติหนึ่งเป็นการเฉพาะ

ที่ผ่านมามีการปราบปรามผู้กระทำความผิดหลากหลายสัญชาติ เช่น การจับกุมผู้ต้องหา 12 สัญชาติที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงการตรวจสอบสถานบริการผิดกฎหมายที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ ซึ่งทุกกรณีหากพบการกระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด

อ่านข่าว :

พาณิชย์โยกย้ายใหญ่ 9 ตำแหน่ง ครม.ไฟเขียวตั้งผู้บริหาร

ครม.โยกปลัดอุตสาหกรรม "ณัฐพล รังสิตพล" ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ

คิงชาร์ลส์ย้ำชัด! เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน คืนถิ่นอังกฤษในฐานะพลเรือน