เริ่มแล้ว "กรมสรรพากร" เปิดบริการยื่นแบบและชำระ "ภาษีการรับมรดก" (ภ.ม.60) ออนไลน์ ผ่านระบบ e-Filing รองรับการยื่นปกติและเพิ่มเติม พร้อมคำนวณภาษีอัตโนมัติ
ระยะแรกให้บริการเฉพาะการยื่น ภายในกำหนดเวลา และชำระได้ทุกช่องทางของ e-Filing ส่วนการยื่นเกินกำหนดและอัปโหลดเอกสารจะเปิดในระยะถัดไป
บริการที่รองรับการยื่นในระยะแรก
- ยื่นแบบปกติ กรณีได้รับมรดกที่มีมูลค่าสุทธิเกิน 100 ล้านบาท
- ยื่นแบบเพิ่มเติม กรณีแสดงมูลค่าทรัพย์สินขาด หรือได้รับมรดกเพิ่มเติมจากเจ้ามรดกคนเดิม
- ระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ จากข้อมูลที่กรอก
- รองรับการชำระภาษีผ่านช่องทางที่เปิดให้บริการในระบบ e-Filing
ส่วนในระยะถัดไปจะพัฒนาให้รองรับการยื่นแบบ "เกินกำหนดเวลา" รวมถึงการอัปโหลดเอกสารประกอบและการคำนวณภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต
กรมสรรพากรเปิดยื่น "ภาษีการรับมรดก" ภ.ม.60 ออนไลน์
ภาษีการรับมรดก คืออะไร
ภาษีการรับมรดก คือภาษีที่เก็บจากมูลค่ามรดกที่ทายาทแต่ละคนได้รับจากกองมรดก โดยที่ผู้รับมรดกเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี และมักจะมีการกำหนดค่าลดหย่อนและอัตราภาษีที่เป็นประโยชน์กับผู้รับมรดกที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ตาย ทำให้ผู้รับมรดกที่มีความใกล้ชิดกับผู้ตายมีภาระภาษีที่น้อยกว่าผู้รับมรดกแต่ละคนมากกว่า เพราะรับภาระภาษีตามสัดส่วนมูลค่าของมรดกที่ตนได้รับ
ความหมายของ "ภาษีการรับมรดก"
ใน พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 คำว่า "มรดก" ไม่ได้กำหนดความหมายของมรดกไว้โดยเฉพาะ อ้างอิงความหมายตามมาตรา 1599-1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กล่าวไว้ว่า เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้น ย่อมตกทอดแก่ทายาททันที
มรดกของผู้ตาย ได้แก่ ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิ หน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ด้วย ซึ่งทายาทของผู้ตายต้องรับสืบทอดหนี้สินของผู้ตายไปพร้อมกับทรัพย์สินเพื่อความเป็นธรรม จึงกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบไว้เพียงไม่เกินมูลค่าของมรดกที่ตนได้รับมา
กองมรดกของผู้ตาย ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมาย หรือโดยพินัยกรรม
1. ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมาย ได้แก่ ผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ตามลําดับที่กฎหมายกําหนดไว้
2. ทายาทโดยพินัยกรรม ได้แก่ ผู้รับพินัยกรรม
ภาษีการรับมรดก (Inheritance Tax) เกิดขึ้นเมื่อเจ้ามรดกตาย ผู้รับมรดกจากเจ้ามรดก แต่ละรายได้รับมรดกสุทธิมาในคราวเดียวหรือหลายคราว รวมกันแล้วมีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
ใครมีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดก คือ ผู้ได้รับมรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย ไม่ว่าจะได้รับมาในคราวเดียวหรือหลายคราว ถ้ามรดกที่ได้รับมาจากเจ้ามรดกแต่ละรายรวมกันมีมูลค่าของทรัพย์สินทั้งสิ้นที่ได้รับเป็นมรดก หักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดกเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับผู้รับมรดก ดังนี้
1. บุคคลธรรมดา ได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้
-บุคคลผู้มีสัญชาติไทย
-บุคคลธรรมดาผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
- บุคคลธรรมดาผู้มิได้มีสัญชาติไทย แต่ได้รับมรดกอันเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
สำหรับบุคคลสัญชาติไทยและผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีจากทรัพย์สินที่ได้รับเป็นมรดกทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ
ส่วนบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย แต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย จะเสียภาษีเฉพาะทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
2. นิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย ได้แก่ นิติบุคคลที่ถือว่าเป็นบุคคลมี่มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2559 ดังต่อไปนี้
- เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือ
- นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายในประเทศไทย หรือ
- เป็นนิติบุคคลที่ผู้มีสัญชาติไทย ถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในขณะมีสิทธิได้รับมรดก หรือ
- เป็นนิติบุคคลที่ผู้มีสัญชาติไทย เป็นผู้มีอำนาจบริหารกิจการเกินกึ่งหนึ่งของคณะบุคคลซึ่งมีอำนาจบริหารกิจการทั้งหมด
นิติบุคคลตาม (1) (4) ให้เสียภาษีการรับมรดกจากมรดกที่ได้รับเป็นทรัพย์สินทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและนอกประเทศ
3. กรณีผู้ที่ได้รับมรดกเป็นนิติบุคคลที่มิได้ถือว่าเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยตาม 2. แต่ได้รับมรดกอันเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ให้เสียภาษีจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
อ้างอิงข้อมูล : กรมสรรพากร
อ่านข่าว
รวบ 2 พ่อค้าคนกลาง ยึดนกเงือกหัวแรด-ชะนีแก้มเหลือง
ตร.บุกยิงภรรยา เสียชีวิต ใน รร.อนุบาลเทศบาลหนองปลาไหล จ.ชลบุรี เร่งเกลี้ยกล่อมมอบตัว
ตรวจปมลอบทิ้งขยะจากดาตาเซนเตอร์ 20 ตัน จ.ระยอง สั่งขนย้ายใน 7 วัน
