วันนี้ (9 ก.ย.2569) ที่รัฐสภา เวลา 16.36 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนาชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เป็นประธานในที่ประชุมวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 งบของกระทรวงยุติธรรม โดย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน อภิปรายตัดงบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร 2,096,400 บาท
น.ส.พนิดา ระบุว่า ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาบุคลากร แต่ตั้งคำถามว่าจะพัฒนาด้วยงบประมาณดังกล่าวไปทำไม เพราะบุคคลที่มีความเก่งและเชี่ยวชาญถูกคำสั่งเดียวโยกออกจากคดี คือ ปัญหาที่อยากชวนพิจารณาร่วมกัน
จากการติดตามคดีฮั้ว สว. การสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีอั้งยี่และฟอกเงิน อันเนื่องมาจากการโกงเลือก สว. ที่ดำเนินคู่ขนานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถามว่าอิทธิพลทางคดีได้รับจากทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งจากการสอบมีทั้งเส้นเงิน หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ แต่ช่วงปลายปีมีการสรุปสำนวนความผิดชี้ว่ามีผู้กระทำความผิด 8 คน ก่อนที่อัยการจะตีกลับให้สอบสวนใหม่
ล่าสุดมีการสั่งย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมและข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. และปรากฏกระแสข่าวการโยกย้ายผู้บริหารระดับอธิบดีและรองอธิบดีที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งบุคคลที่อยู่ในกระแสการโยกย้ายเป็น 2 คน ในคณะคณะกรรมการไต่สวนของ กกต. ชุดที่ 26 ที่มีมติให้ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว. 229 คน แต่บุคคลที่จะมาเป็นอธิบดีคนใหม่ อยู่ในคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ลงความเห็นว่าไม่ควรสั่งฟ้องทั้ง 229 คน โดยมีผู้ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ ๆ ทำให้ประธานเตือนว่าให้อภิปรายให้เข้าอยู่วาระ
กังวลว่าการบริหารงานบุคคลที่กำลังเกิดขึ้นในดีเอสไอตอนนี้เป็นการบริหารทิศทางคดีผ่านการบริหารหรือไม่ เพราะเร็ว ๆ นี้ กกต. จะมีมติในคดีโกงเลือก สว. ซึ่งไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ย่อมกระทบกับคดีที่อยู่ในมือของดีเอสไอแน่นอน
น.ส.พนิดา ตั้งคำถามว่าดีเอสไอมีไว้รับใช้กฎหมาย หรือมีไว้รับใช้การเมือง และยังถามว่าหาก กกต. ไม่ชี้มูลความผิดทางดีเอสไอจะทำคดีต่อหรือไม่ เพราะไม่ใช่เรื่องว่าจะพัฒนาแค่ไหน แต่ผู้มีอำนาจยังสามารถกำหนดได้ว่าใครจะทำคดีหรือจะย้ายใครออกจากคดี หรือใครจะเข้ามาคุม ทำให้งบพัฒนาศักยภาพเหล่านี้อาจมีความหมาย
“ไม่มี KPI ตัวไหน ที่บอกว่าพนักงานสอบสวนที่ทำคดีสำคัญจะได้รับหลักประกันว่าจะไม่ถูกโยกย้ายโดยไม่มีเหตุผล ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของงาน และไม่มี KPI ตัวไหนตอบประชาชนว่าเงิน 2 ล้านบาท จะทำให้พนักงานสอบสวนทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลว่าหากคดีที่ตัวเองทำไปแตะถึงผู้มีอำนาจ วันหนึ่งตัวเองจะถูกย้ายออกจากตำแหน่ง ออกจากคดี ออกจากกรมหรือออกจากกระทรวงไปเลยหรือไม่”
อ่านข่าว :
จับ รปภ.ทำร้ายร่างกาย "นักการภารโรง" เสียชีวิต แจ้ง 2 ข้อหาหนัก
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 6 เตือนฝนหนักถึงหนักมาก 9-13 ก.ย.
พบแล้ว จุดน้ำมันรั่ว ถ.เชื้อเพลิง "เอกนัฏ" สั่ง 2 บริษัทเจ้าของระบบท่อเร่งแก้ไข - เยียวยาความเสียหาย
