ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

เศรษฐกิจ
18:52
จำนวนผู้ชม 13
Thai PBS
ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน  เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

วันนี้ ( 9 ก.ย.2569) นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของประเทศที่สั่งสมองค์ความรู้และพัฒนาระบบนิเวศมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน SMEs บุคลากร ไปจนถึงเครือข่าย Supply Chain ทั้งในและต่างประเทศ

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตเดิมกับการต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ โดยไม่ใช่การเลือกระหว่างเทคโนโลยีเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องนำศักยภาพของฐานอุตสาหกรรมเดิมมาต่อยอด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเชื่อมเข้าสู่ Supply Chain ใหม่ได้มากที่สุด

ส.อ.ท.มองว่าไทยควรรองรับเทคโนโลยียานยนต์ที่หลากหลาย ทั้ง BEV, Hybrid และเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ เพื่อรักษาฐานการผลิตเดิม รองรับการลงทุนใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หวังยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน  เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ด้านนายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันต่อฐานการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถกระบะ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงาน

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนตลอด Supply Chain มีมูลค่ามากกว่า 10% ของ GDP มีผู้ประกอบการกว่า 2,500 บริษัท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานกว่า 800,000 คน ดังนั้น หากฐานการผลิตบางส่วนลดลง ผลกระทบจะส่งผ่านไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน SMEs และแรงงานในวงกว้าง

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน  เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

แม้ตลาดรถยนต์ในประเทศช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มียอดขาย 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% แต่การเติบโตส่วนใหญ่มาจาก BEV ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่ ICE และรถกระบะยังหดตัว สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดยังไม่กระจายทั่วถึงมายังฐานการผลิตเดิม

ด้านการผลิต 7 เดือนแรกปี 2569 ไทยผลิตรถยนต์รวม 834,595 คัน ลดลง 0.09% แต่เมื่อแยกตามเทคโนโลยีพบว่า การผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงกว่า 34% ขณะที่ BEV, PHEV และ HEV ขยายตัว โดยเฉพาะเดือน ก.ค. การผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงมากกว่า 60% จากปีก่อน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน  เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ขณะเดียวกัน อัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) รถยนต์นั่งช่วงเดือน ม.ค.–ก.ค. 2569 อยู่ที่เฉลี่ยเพียง 40.65% ลดจาก 44.92% ในปีก่อน ส่วนรถกระบะ 1 ตันอยู่ที่ 56.54% หากการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง จะเพิ่มต้นทุนคงที่ต่อหน่วยและกดดันผู้ผลิตชิ้นส่วน โดยเฉพาะ SMEs ใน Tier 2 และ Tier 3

สำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมไทย ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ไทยผลิตได้กว่า 5.2 แสนคัน หรือเกือบ 63% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่ส่งออกรถกระบะมากกว่า 3 แสนคัน แต่ลดลงประมาณ 9% จากปีก่อน สะท้อนแรงกดดันทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดส่งออก

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน  เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ส.อ.ท.ระบุว่า รถกระบะที่ผลิตในไทยมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูง จึงสร้างมูลค่าเชื่อมโยงไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier 1–3 SMEs และการจ้างงานจำนวนมาก การรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานผลิตรถกระบะจึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ

ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องจับตาการแข่งขันดึงดูดการลงทุนยานยนต์ในอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนามที่เร่งสร้างแรงจูงใจรองรับการลงทุนรถยนต์ Hybrid และเทคโนโลยีใหม่ แม้ปัจจุบันยังไม่เห็นการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่จากไทย แต่ความเสี่ยงสำคัญคือการลงทุนในรถยนต์รุ่นใหม่และการเพิ่มกำลังการผลิตอาจถูกจัดสรรไปยังประเทศอื่น หากเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจกระทบคำสั่งซื้อของ Supplier ไทย SMEs และการจ้างงาน ก่อนที่จะเห็นการย้ายฐานการผลิตอย่างชัดเจน

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน  เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV

ดังนั้น ทิศทางสำคัญของไทยคือการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านให้สมดุล รักษาฐานการผลิตและ Supply Chain เดิม พร้อมเร่งยกระดับเทคโนโลยี รองรับ BEV, Hybrid และยานยนต์รูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต และรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

อ่านข่าว:

ส.อ.ท.หนุนเร่งปิดดีล ART ดันการค้า-ลงทุนไทย-สหรัฐฯ

ราคาน้ำมันลดทุกกลุ่ม ส.อ.ท.ชี้ช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ หนุนเศรษฐกิจไทยฟื้น

ญี่ปุ่นยังปักหลักลงทุนไทยต่อเนื่อง เร่งอัปเกรดฐานผลิต รับเทคโนโลยีใหม่