ชวนทำความรู้จัก 2 สินค้าเครื่องเทศโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา คือ “มะแขว่นเชียงใหม่” จากจ.เชียงใหม่ และ “พริกไทยสุไหงอุเป” จากจ.สตูล ซึ่งต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะจากสายพันธุ์ สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาการผลิตในแต่ละพื้นที่ สะท้อนศักยภาพของสินค้าเกษตรไทยที่สามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และต่อยอดสู่ตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปได้
“มะแขว่นเชียงใหม่–พริกไทยสุไหงอุเป” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่เครื่องเทศคุณภาพ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย
การส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วยกลไกสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าและสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการส่งเสริมสินค้า GI เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร SMEs และชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การขึ้นทะเบียน GI มะแขว่นเชียงใหม่” และ “พริกไทยสุไหงอุเป” สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรที่มีความโดดเด่นจากแหล่งกำเนิด โดยสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่า และสร้างโอกาสทางการตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และเปิดทางให้ผู้ผลิตนำอัตลักษณ์ของสินค้าไปต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับอาหารคุณภาพ เครื่องปรุง ผลิตภัณฑ์แปรรูป และผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายรูปแบบ
“มะแขว่นเชียงใหม่–พริกไทยสุไหงอุเป” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่เครื่องเทศคุณภาพ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย
สำหรับ “มะแขว่นเชียงใหม่” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ชาวล้านนาใช้ประโยชน์และสืบทอดภูมิปัญญาการผลิตมายาวนานกว่า 100 ปี ปลูกในบริเวณไหล่เขาหรือพื้นที่สูงชันที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800–1,200 เมตร อากาศค่อนข้างเย็น มีความชื้นสูง ดินมีความเป็นกรดและระบายน้ำได้ดี
ส่งผลให้มะแขว่น มีรสเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์ โดยมะแขว่นเชียงใหม่จะมีผลทรงกลม เปลือกขรุขระ ผลอ่อน สีเขียว ผลแก่สีแดง และเมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำอมน้ำตาลและปริแตกออกเป็นสองซีก ภายในมีเมล็ดสีดำเป็นมัน นิยมใช้เป็นเครื่องเทศในอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารและเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น
“มะแขว่นเชียงใหม่–พริกไทยสุไหงอุเป” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่เครื่องเทศคุณภาพ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย
โดยผลสดจะนำมาดองกับน้ำปลา รับประทานเป็นผักแนมกับลาบ หลู้ ส้า ส่วนผลแห้งจะนำมาใช้เป็นเครื่องเทศและปรุงรสอาหาร โดยเป็นส่วนผสมของพริกลาบหรือพริกแกงในอาหารพื้นเมืองต่างๆ เช่น ลาบ ยำไก่ แกงผักกาด แกงฟักใส่ไก่ แกงแค แกงอ่อม เป็นต้น ทั้งยังมีสรรพคุณแก้วิงเวียนและขับลมในลำไส้
ทั้งนี้ มะแขว่นเชียงใหม่นับเป็นสินค้า GI รายการที่ 8 ของจังหวัด ต่อจากผ้าตีนจกแม่แจ่ม ศิลาดลเชียงใหม่ ร่มบ่อสร้าง ข้าวก่ำล้านนา กาแฟเทพเสด็จ ส้มสายน้ำผึ้งฝาง และลิ้นจี่จักรพรรดิฝาง ปัจจุบันมีผู้ผลิตมะแขว่นเชียงใหม่ประมาณ 500–600 ราย มีปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 500–600 ตันต่อปี โดยจำหน่ายในรูปแบบมะแขว่นสดและมะแขว่นแห้ง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 15–18 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของตลาด ทั้งในกลุ่มผู้บริโภค ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์และมีคุณภาพสูง
“มะแขว่นเชียงใหม่–พริกไทยสุไหงอุเป” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่เครื่องเทศคุณภาพ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย
ขณะที่ “พริกไทยสุไหงอุเป” เป็นพริกไทยสายพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมของอ.ทุ่งหว้า จ.สตูล โดดเด่นด้วยรสชาติเผ็ดร้อนลึกและกลิ่นหอมเข้ม เม็ดพริกไทยมีลักษณะทรงกลมขนาดค่อนข้างเล็ก ผิวเปลือกมันวาวหรือผิวเปลือกขรุขระขึ้นอยู่กับลักษณะการแปรรูป โดยปลูกในแหล่งผลิตพริกไทยชั้นดี มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบระหว่างพื้นที่สูงและชายทะเล มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และดินอุดมสมบูรณ์
บริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางหากินของค้างคาวแม่ไก่กว่าแสนตัว จึงมีซากอินทรียวัตถุและมูลค้างคาวที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพริกไทย โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียมที่มีส่วนช่วยให้พริกไทยสังเคราะห์แสงและสร้างไปเปอรีน ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ทำให้พริกไทยมีรสชาติเผ็ดร้อนถึงร้อนลึก
“มะแขว่นเชียงใหม่–พริกไทยสุไหงอุเป” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่เครื่องเทศคุณภาพ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย
การต่อยอดจุดเด่นของเครื่องเทศทั้งสองชนิดสู่การเป็นวัตถุดิบสำหรับเมนูอาหารคุณภาพ เครื่องปรุงรส ผลิตภัณฑ์แปรรูป และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และขยายโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่
ทั้งนี้ พริกไทยสุไหงอุเปมีความผูกพันกับวิถีเศรษฐกิจของท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ในอดีตพื้นที่อ.ทุ่งหว้ามีชื่อเรียกว่า “เมืองสุไหงอุเป” เป็นชุมชนที่มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเกาะปีนัง ซึ่งพริกไทยเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญของพื้นที่ เพราะแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีกลิ่นหอมและสามารถเก็บรักษาได้นาน ชื่อ “พริกไทยสุไหงอุเป” จึงเป็นที่รู้จักและใช้เรียกสืบต่อกันมากว่าร้อยปี โดยได้รับ
“มะแขว่นเชียงใหม่–พริกไทยสุไหงอุเป” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่เครื่องเทศคุณภาพ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย
การยอมรับว่าเป็นพริกไทยที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ พริกไทยสุไหงอุเปนับเป็นสินค้า GI รายการที่ 3 ของจ.สตูล ต่อจากจำปาดะสตูลและกระท้อนนาปริกสตูล ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดสตูลกว่า 4.3 ล้านบาทต่อปี
อ่านข่าว:
"GI Market " ชูสินค้าท้องถิ่น หนุนเศรษฐกิจฐานราก เจาะกลุ่มคนเมือง
เนื้อแน่น รสหวาน “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” หนุน “ท่องเที่ยวเชิงอาหาร” ยกระดับศก.ชุมชน
“กาแฟ GI” ครองใจนักดื่ม ปี68 สร้างยอดขาย1.49 พันล้าน ตอกย้ำเอกลักษณ์กาแฟไทย
