ปภ.เตือน 76 จังหวัด และ กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 15-20 ก.ย.

สังคม
05:58
จำนวนผู้ชม 79
Thai PBS
 ปภ.เตือน 76 จังหวัด และ กทม. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า 15-20 ก.ย.

วันที่ 15 ก.ย.2568 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17-20 ก.ย.2569) ฉบับที่ 1 ประกาศ ณ วันที่ 15 ก.ย.2569 เวลา 05.00 น. ระบุว่า ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย.2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเริ่มมีผลกระทบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ในวันที่ 17 ก.ย.2569 หลังจากนั้นภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป (18 ก.ย.2569)

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้มีประกาศฉบับที่ 4/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำลันตลิ่ง ประกาศ ณ วันที่ 14 ก.ย.2569 แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 15-19 ก.ย.2569 มีพื้นที่เสียงที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ ในช่วงวันที่ 15-20 ก.ย.2569 แยกเป็น

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ทุกจังหวัด

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร

พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง

- ภาคใต้ จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง อ.กะเปอร์ และ อ.สุขสำราญ) จ.พังงา (อ.คุระบุรี อ.ตะกั่วป่า อ.ท้ายเหมือง อ.ตะกั่วทุ่ง และ อ.เกาะยาว) จ.ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) จ.กระบี่ (อ.เมืองกระบี่ อ.อ่าวลึก อ.เหนือคลอง อ.คลองท่อม และ อ.เกาะลันตา) จ.ตรัง (อ.สิเกา อ.กันตัง อ.หาดสำราญ และ อ.ปะเหลียน) และ จ.สตูล (อ.เมืองสตูล อ.ทุ่งหว้า อ.ละงู และ อ.ท่าแพ)

พื้นที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก บริเวณ จ.เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ ตาก อุทัยธานี ชัยภูมิ สกลนคร จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี กระบี่ และระนอง

พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ ลำน้ำยวม จ.แม่ฮ่องสอน แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก บริเวณ จ.เชียงราย แม่น้ำน่าน บริเวณจังหวัดน่าน แม่น้ำเมย บริเวณ จ.ตาก แม่น้ำแควน้อย บริเวณ จ.พิษณุโลก แม่น้ำป่าสัก บริเวณ จ.เพชรบูรณ์ แม่น้ำสงคราม บริเวณ จ.สกลนคร และแม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส บริเวณ จ.นราธิวาส

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัยได้ โดยได้กำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเข้าเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง ให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบจากเหตุอุทกภัยให้ได้มากที่สุด

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใดเข้าพื้นที่ ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้อพยพ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรงให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวัง ในการเดินเรือหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และพร้อมเข้าเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีหากเกิดสถานการณ์ขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด

อ่านข่าว :

"ศุภจี" เผยไทยถก USTR คืนนี้ ก่อน "อนุทิน" ต่อสายคุย "ทรัมป์"

15 ธ.ค. ขึ้นค่าทางด่วน "ประจิมรัถยา" รถ 4 ล้อ 80 บาท 6–10 ล้อ 130 บาท

รัฐเร่งเชื่อมข้อมูล 58 รายการผ่าน GDX เดินหน้า "ไม่เรียกสำเนาเอกสาร" ติดต่อราชการ