วันนี้ (16 ก.ย.2569) กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารฝ่ายกัมพูชา มีการขุดคูติดต่อและวางแนวลวดหนามบริเวณเนิน 450 พื้นที่ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งพบว่าเป็นการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทยนั้น
กองทัพภาคที่ 2 ได้ตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าวในทันที และมอบหมายให้กองกำลังสุรนารี จัดกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมประสานกับทหารกัมพูชาประจำพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จ.จันทบุรี ของไทย - ปรม จ.ไพลิน กัมพูชา อย่างเคร่งครัด
ทั้งในเรื่องการไม่เคลื่อนย้ายกำลังทางทหารหรือปรับพื้นที่ ในลักษณะที่อาจเป็นการรุกล้ำเข้าไปในในดินแดนของอีกฝ่าย และหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียด ทั้งนี้ ผลการหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน และฝ่ายกัมพูชาได้ดำเนินการปรับสภาพพื้นที่คูติดต่อ และแนวลวดหนามกลับคืบคืนสู่สภาพปกติ
กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิดและดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน
อ่านข่าว :
กกต.ออกเอกสารแจงปมมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงิน คดีฮั้ว สว.
"ทนายทักษิณ" ชี้ "สรรพากร" ยึด-อายัดทรัพย์ "ทักษิณ"ซ้ำซ้อน ปมภาษีขายหุ้นชินคอร์ป
กรมอุตุฯ เตือนไทยรับมือฝนตกหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วม 17-20 ก.ย.นี้
