กรุงเทพมหานครวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำระยะยาว โดยให้อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญสำหรับเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หลังระบบท่อ คู และคลองในบางพื้นที่มีข้อจำกัดในการนำน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก หนังสือแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 ของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม.มีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถของระบบระบายน้ำให้สามารถรองรับปริมาณฝนตกสะสมได้ไม่เกิน 104 มม.ใน 1 วัน โดยเอกสารระบุลักษณะฝนประมาณ 3 ชั่วโมง และความเข้มของฝนที่ 76 มม./ชั่วโมง
หัวใจสำคัญของแผนดังกล่าวคือการเพิ่มเครือข่าย "อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่" เพื่อทำหน้าที่เป็นทางลัดของน้ำจากพื้นที่ที่อยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่ต้องรอให้น้ำเดินทางผ่านคลองตามระบบปกติเพียงอย่างเดียว
ทำไม กทม.ต้องมี "อุโมงค์ยักษ์"
กทม.อธิบายว่า พื้นที่บางแห่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อเกิดฝนตกหนัก ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่อาจมากเกินกว่าขีดความสามารถของท่อระบายน้ำ คู และคลองที่จะเร่งระบายออกได้ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง
อุโมงค์ขนาดใหญ่จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นเส้นทางระบายน้ำใต้ดิน โดยรับน้ำจากระบบคลองหรือพื้นที่รับน้ำ แล้วเร่งส่งน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ช่วยลดระยะเวลาในการระบายน้ำ และลดระดับน้ำในคลองสายสำคัญให้ต่ำลงได้รวดเร็วขึ้น
หลักการจึงไม่ได้หมายความว่าน้ำฝนจากถนนทุกสายจะไหลลงอุโมงค์โดยตรง แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ระบบท่อระบายน้ำ คูคลอง อาคารรับน้ำ สถานีสูบน้ำ และอุโมงค์ เพื่อส่งน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด
นอกจากใช้ในช่วงฝนตกหนักแล้ว อุโมงค์ระบายน้ำสามารถนำมาใช้ในฤดูแล้งเพื่อช่วยเจือจางน้ำเน่าเสียในคลองบริเวณชุมชนชั้นในได้ โดยการบริหารจัดการน้ำในลักษณะดังกล่าวไม่ควรส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำในคลองในช่วงที่ต้องรับมือกับน้ำท่วม
ที่มา : สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
5 อุโมงค์เดิม ระบายรวม 255 ลบ.ม./วินาที
ตามข้อมูลในแผนปี 2569 กรุงเทพมหานครระบุว่า มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ดำเนินการแล้ว 5 แห่ง ความยาวรวม 28.57 กม. และมีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 255 ลบ.ม./วินาที ทั้ง 5 แห่งกระจายตัวเพื่อรับผิดชอบพื้นที่แตกต่างกัน ดังนี้
1.ระบบผันน้ำเปรมประชากร
อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.40 เมตร ยาวประมาณ 1.88 กม. และมีขีดความสามารถในการระบายน้ำ 30 ลบ.ม./วินาที โครงการนี้มุ่งแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพมหานครบริเวณริมคลองเปรมประชากร ครอบคลุมพื้นที่เขตบางซื่อ จตุจักร หลักสี่ และดอนเมือง รวมพื้นที่ประมาณ 3.50 ตร.กม.
2.อุโมงค์บึงมักกะสันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.60 เมตร ยาวประมาณ 5.98 กม. สามารถระบายน้ำได้ 45 ลบ.ม./วินาที ระบบนี้ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่วัฒนา ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท ห้วยขวาง และดินแดง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 26 ตร.กม. โดยมีเป้าหมายเร่งนำน้ำจากพื้นที่ชั้นในออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
3.อุโมงค์คลองแสนแสบและคลองลาดพร้าว
อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวประมาณ 5.11 กม. และมีขีดความสามารถในการระบายน้ำ 60 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมเขตห้วยขวาง บางกะปิ บึงกุ่ม วัฒนา วังทองหลาง และลาดพร้าว โดยระบบนี้เป็นเส้นทางสำคัญในการเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกและพื้นที่ตอนในของกรุงเทพฯ
4.อุโมงค์ใต้คลองบางซื่อ
อุโมงค์เริ่มจากบริเวณ ถ.รัชดาภิเษก ลอดใต้คลองบางซื่อ และระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวประมาณ 6.40 กม. พร้อมสถานีสูบน้ำบริเวณปลายอุโมงค์กำลังสูบ 60 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 56 ตร.กม. ครอบคลุมห้วยขวาง ดินแดง พญาไท จตุจักร ลาดพร้าว วังทองหลาง บางซื่อ และดุสิต
5.อุโมงค์บึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
อุโมงค์นี้ใช้ บึงหนองบอนเป็นพื้นที่เก็บน้ำหรือแก้มลิง รองรับน้ำจากพื้นที่โดยรอบผ่านคลองต่าง ๆ ก่อนเร่งระบายผ่านอุโมงค์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางอ้อ อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวประมาณ 9.20 กม. มีอาคารรับน้ำเข้าอุโมงค์ 7 แห่ง สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อกำลังสูบ 60 ลบ.ม./วินาที และอาคารทิ้งน้ำ 1 แห่ง
พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 85 ตร.กม. ครอบคลุมเขตประเวศ บางนา พระโขนง และพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมบริเวณถนนศรีนครินทร์และถนนสุขุมวิท รวมทั้งใช้การบริหารจัดการน้ำเพื่อลดระดับน้ำในคลอง
เมื่อรวมทั้ง 5 โครงการ จะได้ความยาวอุโมงค์ 28.57 กม. และกำลังระบายน้ำรวม 255 ลบ.ม./วินาที
เปิดแผน "อุโมงค์ระบายน้ำ" กทม. รับมือฝนหนัก-เพิ่มทางด่วนสู่เจ้าพระยา
แผนใหม่อีก 8 แห่ง เพิ่มกำลังระบาย 370 ลบ.ม./วินาที
แผนปี 2569 ยังระบุว่า กรุงเทพมหานครมีแผนดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่อีก 8 แห่ง รวมความยาวประมาณ 55.32 กม. และมีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 370 ลบ.ม./วินาที
แผนใหม่แบ่งเป็น ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งพระนคร 6 แห่ง และ ฝั่งตะวันตก หรือฝั่งธนบุรี 2 แห่ง โดย 5 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 2570 เพื่อก่อสร้าง
ฝั่งพระนคร 6 โครงการอุโมงค์ระบายน้ำ
- อุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร จากคลองบางบัวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มีเป้าหมายเพิ่มทางระบายน้ำให้พื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะระบบคลองเปรมประชากรสามารถส่งน้ำออกสู่เจ้าพระยาได้เร็วขึ้น
- อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ จากอุโมงค์เดิมถึงบริเวณซอยลาดพร้าว 130 เป็นการขยายความยาวของอุโมงค์เดิมตามแนวคลองแสนแสบ เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและเร่งนำน้ำจากพื้นที่ลาดพร้าวตอนบนเข้าสู่ระบบระบายน้ำขนาดใหญ่
- ส่วนต่อขยาย อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ จาก ถ.รัชดาภิเษกถึงคลองลาดพร้าว ซึ่งจะขยายพื้นที่รับน้ำของระบบอุโมงค์บางซื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ด้านบนมากขึ้น
- อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง จากสถานีสูบน้ำอุโมงค์พระโขนงถึงคลองสวนอ้อย ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณคลองพระโขนงและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกับระบบสูบน้ำและการระบายน้ำฝั่งตะวันออก
- อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ซึ่งจะขยายโครงข่ายจากระบบบึงหนองบอนเดิมไปยังคลองสำคัญในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ช่วยเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ประเวศและพื้นที่ต่อเนื่อง
- อุโมงค์ถนนพิษณุโลก จากคลองแสนแสบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีกเส้นทางที่วางไว้เพื่อเพิ่มทางลัดในการระบายน้ำจากพื้นที่ชั้นใน โดยเชื่อมระบบคลองแสนแสบกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้ง 6 โครงการสะท้อนแนวทางของ กทม.ที่ต้องการเพิ่มทางระบายน้ำในฝั่งพระนครให้มีหลายเส้นทางมากขึ้น ไม่ให้ระบบต้องพึ่งพาคลองสายใดสายหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ฝั่งธนบุรีเพิ่มอีก 2 เส้น สำหรับฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งธนบุรี กทม.วางแผนเพิ่มอุโมงค์อีก 2 แห่ง
- อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนาบริเวณคอขวด ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาคอขวดของระบบคลอง เพื่อให้น้ำจากคลองทวีวัฒนาสามารถเคลื่อนผ่านระบบได้เร็วขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
- อุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มเส้นทางระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งธนบุรี เชื่อมระบบคลองภาษีเจริญกับคลองสนามชัย และเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนัก
เปิดแผน "อุโมงค์ระบายน้ำ" กทม. รับมือฝนหนัก-เพิ่มทางด่วนสู่เจ้าพระยา
จาก 5 แห่ง สู่เครือข่าย 13 แห่ง
หากมองภาพรวมตามแผนปี 2569 ปัจจุบัน กทม.มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ระบุไว้ 5 แห่ง ความยาวรวม 28.57 กม. และกำลังระบายรวม 255 ลบ.ม./วินาที ส่วนแผนเพิ่มเติมอีก 8 แห่ง จะเพิ่มความยาวอุโมงค์อีก 55.32 กม. และเพิ่มศักยภาพระบายน้ำอีก 370 ลบ.ม./วินาที
หากโครงการในแผนเพิ่มเติมดำเนินการครบตามกรอบที่วางไว้ จะเท่ากับกรุงเทพมหานครมีเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่รวม 13 แห่ง ความยาวประมาณ 83.89 กม. และเมื่อพิจารณาเฉพาะตัวเลขกำลังระบายของ 5 แห่งเดิมรวมกับ 8 แห่งใหม่ จะอยู่ที่ประมาณ 625 ลบ.ม./วินาที
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการนำศักยภาพของโครงการเดิมและโครงการตามแผนมารวมกันเพื่อให้เห็นขนาดของเครือข่าย ไม่ได้หมายความว่าอุโมงค์ทุกแห่งจะทำงานพร้อมกันด้วยกำลังสูงสุด 625 ลบ.ม./วินาที ในสถานการณ์จริง เพราะการระบายน้ำขึ้นอยู่กับพื้นที่รับน้ำ ระดับน้ำในคลอง สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และสภาพแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนั้นด้วย
เป้าหมายคือ "ทางลัดของน้ำ" ไม่ใช่แทนคลองทั้งหมด
สาระสำคัญของแผนอุโมงค์ระบายน้ำ กทม.ปี 2569 ไม่ได้อยู่เพียงการสร้างท่อใต้ดินขนาดใหญ่ แต่คือการสร้าง "โครงข่ายทางลัดของน้ำ" เพื่อเสริมระบบเดิม เมื่อเกิดฝนหนัก น้ำจะถูกระบายจากถนนและพื้นที่ชุมชนเข้าสู่ท่อและคลอง จากนั้นใช้สถานีสูบและอาคารรับน้ำส่งต่อเข้าสู่อุโมงค์ เมื่อเข้าสู่อุโมงค์แล้วจะถูกเร่งระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาหรือจุดระบายที่กำหนด ทำให้ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำไหลไปตามคลองเป็นระยะทางไกลทั้งหมด
ขณะเดียวกัน การลดระดับน้ำในคลองสายหลักอย่างรวดเร็ว ยังช่วยเปิดพื้นที่รับน้ำให้คลองสามารถรองรับน้ำระลอกใหม่ได้มากขึ้น จึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง คลองกับอุโมงค์ มากกว่าการให้อุโมงค์เข้ามาแทนที่ระบบคลอง
ที่มา : สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
อ่านข่าว :
อัปเดตจุดน้ำท่วมขัง ถนนสายไหนควรเลี่ยง เช็กก่อนเดินทาง
กรมชลฯ เร่งดึงน้ำฝั่งตะวันออกของ กทม. ทำทางน้ำชั่วคราวช่วย "คลองจั่น"
