วันนี้ (30 ก.ย.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามสถานการณ์การจัดการสัมภาระผู้โดยสาร ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ตกค้าง หลังการปฏิบัติการภาคพื้นและระบบจัดการสัมภาระได้รับผลกระทบ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้โดยสารจำนวนมาก ในช่วงที่ผ่านมา
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้แทนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมให้ข้อมูลสถานการณ์ พร้อมหารือแนวทางบริหารจัดการและการสนับสนุนกำลังพลให้เหมาะสมกับปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ระบุว่า ยังมีสัมภาระตกค้างอยู่ประมาณ 5,600 ใบ ขณะที่การบินไทยได้ปรับลดเที่ยวบินบางส่วน เพื่อเปิดทางให้การแก้ไขปัญหาดำเนินไปได้มากขึ้น
ตรวจจุดปฏิบัติงาน รับฟังปัญหาจากเจ้าหน้าที่
ระหว่างการลงพื้นที่ พล.ท.อดุลย์เดินตรวจบริเวณพื้นที่จัดการสัมภาระ พร้อมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และกำลังพลกองทัพอากาศที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับทราบขั้นตอนการทำงาน ปัญหา และข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริง
การติดตามครั้งนี้ยังมุ่งประเมินว่า กระทรวงกลาโหมและกองทัพสามารถสนับสนุนกำลังพลหรือทรัพยากรเพิ่มเติมในส่วนใดได้บ้าง เพื่อช่วยให้การจัดการสัมภาระดำเนินไปได้เร็วขึ้นและลดผลกระทบที่เกิดกับผู้โดยสาร
พล.ท.อดุลย์ระบุว่า การนำกำลังพลเข้ามาสนับสนุนภารกิจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นไปตามการประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง โดยกองทัพพร้อมจัดกำลังและทรัพยากรเข้าเสริมในส่วนที่จำเป็นตามขีดความสามารถ
"อดุลย์" ติดตามปัญหาสัมภาระตกค้าง หารือ AOT-การบินไทยเร่งคลี่คลาย
แนวทางดังกล่าวเป็นลักษณะเดียวกับการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา หากหน่วยงานใดมีความต้องการเฉพาะด้านและประสานมายังกระทรวงกลาโหม กองทัพจะพิจารณาจัดการสนับสนุนให้สอดคล้องกับความจำเป็นของพื้นที่
รมว.กลาโหม กล่าวว่า ภารกิจที่สุวรรณภูมิไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดเพียงหน่วยงานเดียว และทหารไม่ได้เข้ามาทำงานแทนหน่วยงานที่มีหน้าที่ และความเชี่ยวชาญโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็นกำลังเสริม เพื่อช่วยให้ระบบสามารถเดินหน้าต่อได้ระหว่างที่กำลังแก้ไขปัญหา
กำชับ AOT-การบินไทย-ทหาร ประสานงานใกล้ชิด
พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า AOT การบินไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำลังพลทหาร จำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดการสัมภาระและการปฏิบัติการภาคพื้นกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
พร้อมกันนี้ ได้กำชับกำลังพลที่เข้าปฏิบัติงานให้คำนึงถึงความปลอดภัย และทำงานภายใต้การประสานและระบบบริหารจัดการของท่าอากาศยานอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อไม่ให้การสนับสนุนจากกำลังทหารกลายเป็นภาระเพิ่มเติมต่อระบบการทำงานของสนามบิน
อีกประเด็นที่ รมว.กลาโหม กำชับคือการสื่อสารกับผู้โดยสาร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรแจ้งข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับสถานการณ์และการจัดการสัมภาระอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้โดยสารรับทราบความคืบหน้าและลดความสับสนระหว่างที่ระบบกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไข
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมระบุว่า พร้อมปรับระดับการสนับสนุนกำลังพลและทรัพยากรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ จนกว่าการดำเนินงานของท่าอากาศยานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
"อดุลย์" ติดตามปัญหาสัมภาระตกค้าง หารือ AOT-การบินไทยเร่งคลี่คลาย
อ่านข่าว :
ยกระดับ MSMEs สตรี–LGBTQ+ ดัน AI เพิ่มผลิตภาพ ลุยตลาดอาเซียน
"สุริยะ" สั่งกรมชลฯ ช่วย กทม. เสริมเครื่องสูบ เร่งดึงน้ำออกชายทะเล-บางปะกง
"ฉะเชิงเทรา" พื้นที่รับน้ำ จมบาดาลนาน 5 วัน หลายจุดถูกตัดขาด
