กทม.ยืนยันไม่ได้ยกเลิก "แก้มลิง" เดินหน้าเพิ่มพื้นที่รับน้ำ เป้าหมายรวม 45 แห่ง

สังคม
20:23
จำนวนผู้ชม 44
Thai PBS
กทม.ยืนยันไม่ได้ยกเลิก "แก้มลิง" เดินหน้าเพิ่มพื้นที่รับน้ำ เป้าหมายรวม 45 แห่ง

วันนี้ (30 ก.ย.2569) นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการยกเลิกโครงการบึงรับน้ำ หรือ "แก้มลิง" ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยยืนยันว่า กทม.ไม่ได้ยกเลิกการใช้พื้นที่หน่วงน้ำ อีกทั้งยังคงน้อมนำพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ รัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแก้มลิง และเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่รับน้ำอย่างต่อเนื่อง

ผอ.สำนักการระบายน้ำ ชี้แจงเหตุผลยกเลิกบางโครงการ จากเหตุประชาพิจารณ์ไม่ผ่านความเห็นชอบคนในพื้นที่ ควบคู่กับการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอน และคลองบางชัน ให้สอดคล้องกับโครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกที่เปลี่ยนแปลงไป

ปัจจุบัน กทม. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิง มากำหนดและพัฒนาพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 38 แห่ง รวมปริมาตรเก็บกัก 13,712,305 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มจากเดือน พ.ค.2565 ซึ่งมี 34 แห่ง ความจุรวม 13,468,605 ลูกบาศก์เมตร โดยนับตั้งแต่ปี 2565 มีการเพิ่มพื้นที่และปรับปรุงประสิทธิภาพแก้มลิงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง รวมประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร เมื่อดำเนินการครบจะมีแก้มลิงรวม 45 แห่ง รองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิง ที่ให้จัดหาพื้นที่บึงหรือแอ่งน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ชั่วคราว และเชื่อมต่อกับระบบคลองและระบบระบายน้ำเพื่อระบายออก เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

สำหรับพื้นที่รับน้ำ 4 แห่งที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ได้แก่ แก้มลิงคลองระหัสถึงคลองครุ รองรับน้ำ 89,700 ลูกบาศก์เมตร, บึงสีกัน ซึ่งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 150,000 ลูกบาศก์เมตร, บึงสาธารณะลาดพร้าว 71 รองรับน้ำ 38,000 ลูกบาศก์เมตร และบึงวงเวียนบางเขน รองรับน้ำ 6,000 ลูกบาศก์เมตร

ขณะเดียวกัน กทม.อยู่ระหว่างเร่งรัดพื้นที่แก้มลิงอีก 7 โครงการ รวมปริมาตรรองรับน้ำประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร ได้แก่ บึงวัดพรหมรังสี เขตดอนเมือง 10,000 ลูกบาศก์เมตร กำหนดแล้วเสร็จปี 2569 และอีก 6 โครงการที่ตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570 ได้แก่ ทำนบเพื่อการเกษตร ตอนคลองหลวงแพร่ง 120,000 ลูกบาศก์เมตร, แก้มลิงสวน 60 พรรษาฯ 45,000 ลูกบาศก์เมตร, บึงสวนพระนคร 42,000 ลูกบาศก์เมตร, แก้มลิงศูนย์ราชการบางนา 30,000 ลูกบาศก์เมตร, แก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม 28,000 ลูกบาศก์เมตร และปรับปรุงแก้มลิงบึงกระเทียม เพิ่มปริมาตรอีก 15,000 ลูกบาศก์เมตร

6 โครงการบึงรับน้ำ พิจารณาความเหมาะสม-ต้องผ่านประชาพิจารณ์

นายเจษฎา ยังกล่าวถึงโครงการบึงรับน้ำ 6 แห่ง ที่สำนักการระบายน้ำศึกษาและเคยกำหนดมาก่อน พบว่า 4 แห่งทำประชาพิจารณ์แล้วไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่โครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอน เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ และคลองบางชัน เนื้อที่ประมาณ 39 ไร่ มีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าในการเวนคืนและก่อสร้าง เมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาบึงหนองบอน ระบบคลองสายหลักและระบบลำเลียงน้ำ เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า การจัดทำผังเมืองใหม่ไม่ปรากฏเรื่องของแก้มลิงอยู่ในผังเมืองนั้น ยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากแก้มลิงทั้ง 6 นี้ไม่เคยอยู่ในผังเมืองปัจจุบัน เนื่องจากไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนประชาพิจารณ์

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ ไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาตรของบึงรับน้ำ แต่ต้องทำงานร่วมกับคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำและระบบลำเลียงน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่พื้นที่หน่วงน้ำและระบายออกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากบึงเต็มและระดับน้ำในคลองโดยรอบสูง จะไม่สามารถพร่องน้ำออกเพื่อเตรียมรองรับฝนระลอกใหม่ได้

นอกจากนี้ กทม.ยังเพิ่มประสิทธิภาพการหน่วงน้ำในระบบคลอง โดยช่วงปี 2565-2569 ดำเนินการดาดท้องคลองรวมประมาณ 437,000 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ระบบคลองรองรับน้ำได้ประมาณ 2.4 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแผนดำเนินการเพิ่มเติมในช่วงปี 2570-2572 เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำอีกประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมเป็นประมาณ 5.4 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำนักการระบายน้ำได้ศึกษาความเหมาะสมของแนวทางต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบทั้งค่าเวนคืน ค่าก่อสร้างและประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำ แนวทางพัฒนาบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน พร้อมระบบสูบน้ำและประตูระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่แนวทางพัฒนาระบบคลองสายหลัก และระบบลำเลียงน้ำเพื่อเชื่อมต่อกับอุโมงค์ระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในพื้นที่ยังมีแก้มลิงเดิม เช่น บึงกระเทียมและบึงกุ่มเสรีไทย ซึ่งสามารถพัฒนาร่วมกับระบบคลอง สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และระบบลำเลียงน้ำในคลองสายหลักแนวเหนือ–ใต้ เพื่อเชื่อมต่อระบบประเวศเข้ากับบึงหนองบอน

โครงสร้างฝั่งตะวันออกเปลี่ยน เชื่อมอุโมงค์ส่วนต่อขยายบึงหนองบอน

ผอ.สำนักการระบายน้ำ ระบุอีกว่า การพิจารณาโครงการต้องคำนึงถึงโครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกที่เปลี่ยนแปลง จากช่วงที่เริ่มศึกษาโครงการ โดย กทม.มีแผนพัฒนาอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน ควบคู่กับการปรับปรุงคลองสายหลักแนวเหนือ-ใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่ระบบระบายน้ำตอนล่าง

การบริหารจัดการน้ำจึงมุ่งเชื่อมโยงพื้นที่รับน้ำแก้มลิงตามแนวพระราชดำริ คลองและระบบระบายน้ำให้เป็นระบบเดียวกัน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำ พร้อมควบคุมระดับน้ำในคลองให้สามารถรับน้ำจากคลองสายรองและพื้นที่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมา กทม.ยังคงน้อมนำพระราชดำริ "แก้มลิง" มาใช้เป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำ แต่อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่รับน้ำ ต้องอาศัยความเห็นชอบจากประชาชนในท้องที่ และจำเป็นต้องใช้เวลาในการก่อสร้างเชื่อมโยงโครงข่ายการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ทั้งยามฝนตกและยามแล้งในระยะยาว

อ่านข่าว

กทม.ขอรับสนับสนุนเรือท้องแบนขนาดเล็ก ขนย้าย “ขยะ” จุดน้ำท่วมสูง

สทนช.เตือน 6 จังหวัดเจ้าพระยา รับน้ำเพิ่ม 20-60 ซม.หลังเขื่อนปรับระบายน้ำ

"สมุทรสงคราม" เตือนภัยมวลน้ำแม่กลองทะลัก "บางคนที-อัมพวา"