GISTDA เปิดภาพดาวเทียม มวลน้ำ-ตะกอน 4 แม่น้ำไหลสู่อ่าวไทย จับตา "แพลงก์ตอนบลูม"

สิ่งแวดล้อม
18:52
จำนวนผู้ชม 92
Thai PBS
GISTDA เปิดภาพดาวเทียม มวลน้ำ-ตะกอน 4 แม่น้ำไหลสู่อ่าวไทย จับตา "แพลงก์ตอนบลูม"

วันนี้ (5 ต.ค.2569) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดภาพจากดาวเทียม Sentinel-2B เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2569 พร้อมระบุว่า เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ ที่เผยให้เห็นกลุ่มมวลน้ำและตะกอนดินสีน้ำตาล ซึ่งถูกพัดพาจาก 4 แม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และ แม่น้ำบางปะกง ไหลลงสู่อ่าวไทยตอนบน (อ่าวไทยรูปตัว ก) อย่างชัดเจน

ภาพนี้ไม่ได้แสดงเพียงทิศทางการไหลของน้ำ แต่กำลังส่งสัญญาณเตือนถึงภัยเงียบทางนิเวศวิทยาที่กำลังจะตามมา

ตะกอนดินที่ไหลลงสู่ทะเลไม่ได้มีเพียงเศษดินโคลน แต่กักเก็บสารอาหาร (Nutrients) ปริมาณมหาศาลจากบนบก เช่น ปุ๋ยจากการเกษตรและน้ำทิ้งชุมชน เมื่อธาตุอาหารเหล่านี้ถูกชะล้างลงสู่ทะเล จะกลายเป็นปัจจัยเร่งปฏิกิริยาทางวิทยาศาสตร์ ที่กระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์ แพลงก์ตอนบลูม (Plankton Bloom) หรือน้ำทะเลเปลี่ยนสี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ดังนี้

  • วิกฤตออกซิเจนในน้ำ เมื่อแพลงก์ตอนเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและตายลง กระบวนการย่อยสลายจะดึงออกซิเจนในน้ำทะเลไปใช้จนหมด นำไปสู่ภาวะน้ำขาดออกซิเจน (Hypoxia) ได้
  • การพังทลายของระบบนิเวศชายฝั่ง ระดับออกซิเจนที่ลดต่ำลงอย่างเฉียบพลัน จะทำให้สัตว์น้ำหน้าดินขาดอากาศหายใจ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพและการประมง
  • ข้อมูลจากดาวเทียม ถือเป็นระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน สามารถใช้ข้อมูลจากดาวเทียม ในการกำหนดจุดเฝ้าระวัง วางแผนลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำเชิงลึก และแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง

สำหรับภาคประชาชนแสดงให้เห็นว่า ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนบก ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อทะเลและชายฝั่ง การตระหนักรู้ถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศ จะช่วยสร้างความร่วมมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างยั่งยืน

อ่านข่าว :

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 9 อากาศแปรปรวน 5-7 ต.ค. ฝนหนัก-ลมแรง-ลูกเห็บบางพื้นที่

"ธีรยุทธ" ชี้การเมืองไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เตือนรัฐบาลเข้มแข็งเกินไป

นายกฯ กำชับการบินไทย - AOT พร้อมรับประชุม IMF-World bank อย่าให้ซ้ำรอยช่วงน้ำท่วม