ศาลนัดสืบ "คดีหนุ่มออสซี่" จำนนหลักฐาน ซ่อนเร้นร่างสาว 17 ทิ้งข้างรางรถไฟ

อาชญากรรม
17:21
จำนวนผู้ชม 41
Thai PBS
ศาลนัดสืบ "คดีหนุ่มออสซี่" จำนนหลักฐาน ซ่อนเร้นร่างสาว 17 ทิ้งข้างรางรถไฟ

25 มิ.ย.2569 ภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพได้ว่า “ธัญชนก” วัย 17 ปี สาวกาฬสินธุ์ หายตัวไปหลังจากเข้าไปในคอนโดแห่งหนึ่ง ริมถนนจอมเทียนสาย 2 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กับชายชาวต่างชาติบนชั้น 15 เมื่อช่วงเวลา 03.34 น. และไม่ได้กลับลงมาอีกเลย ต่อมาเพื่อนของ “ธัญชนก” เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพราะหวั่นจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เนื่องจากหายตัวไปนานผิดปกติ

26 มิ.ย.2569 จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ตำรวจพบว่า ที่พักภายในคอนโดดังกล่าว สภาพห้องมีร่องรอยการต่อสู้ แต่ไม่พบผู้เช่า ซึ่งเป็นชายชาวต่างชาติ คือ นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน (MR.SIMON PETER CARMAN) อายุ 46 ปี ชาวออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังตรวจค้น จนเจอตัว นายไซมอนปีเตอร์ คาร์แมน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ขณะที่กำลังซื้อตั๋วบินกลับประเทศ

ตำรวจได้ขอให้ศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ ในข้อหา "พรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปี จากการปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควร เพื่อการอนาจาร" ก่อนจะควบคุมตัวกลับมาสอบสวน ที่ สภ.เมืองพัทยา จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ร่างกายของผู้ต้องหา ทั้งบริเวณลำคอและแขน มีร่องรอยขีดข่วน คล้ายกับรอยเล็บข่วนเต็มตัว ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จึงประสาน ตม.อายัดตัวทันที

ขณะที่นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน ปฏิเสธเสียงแข็ง ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ "ธัญชนก" แม้ในภายหลังจะพบข้อมูลว่า มีการนำร่างผู้เสียชีวิตยัดใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วไปโยนทิ้งริมทางรางรถไฟ ย่านซอยเขามะกอก ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ห่างจากคอนโดที่เกิดเหตุเพียง 4.2 กม.

27 มิ.ย.2569 พ.ต.ท.กนกนันท์ สุขศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา คุมตัว นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมนสอบปากคำเพิ่มเติม ระหว่างที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำ นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน โดยมีทนายความและล่ามแปลภาษา ร่วมนั่งรับฟังการสอบปากคำด้วย

ภาพจากเพจ:  สภ.เมืองพัทยา

ภาพจากเพจ: สภ.เมืองพัทยา

และในที่สุดผู้ต้องหาต้องยอมจำนนต่อหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งมีการชี้ชัดในนาทีลากกระเป๋าเดินทางและบรรทุกกระเป๋าเดินทางใส่รถจักรยานยนต์นำศพไปทิ้ง และอ้างว่าที่ทำลงไปเพราะต้องการป้องกันตัวเอง เนื่องจากผู้เสียชีวิตขอเงินเพิ่ม และไม่สะดวกจะอยู่เป็นเพื่อน โดยขอค่าเสียเวลา 500 บาท แต่เขาไม่ยอมจึงมีปากเสียงกันและไม่รู้ว่าผู้ตายไปหยิบมีดมาจากไหน

ผู้ต้องหาอ้างว่า มีการยื้อแย่งมีดกัน จึงบีบคอจนผู้ตายมีอาการแน่นิ่ง จากนั้นจึงนำร่างยัดใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วนำไปเก็บไว้ในห้องน้ำ ก่อนจะนำกระเป๋าใส่ท้ายรถจักรยานยนต์ ไปโยนทิ้งริมทางรถไฟ คดีนี้พนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อหาหนัก นายไซมอน ปีเตอร์ คาร์แมน คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ซ่อนเร้นศพ ย้ายหรือทำลายศพ, พราก และพาผู้เยาว์ อายุเกิน 15 ปี แต่ต่ำกว่า 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร และส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังผัดแรกที่ ศาลจังหวัดพัทยา

เวลาผ่านไปกว่า 3 เดือน บทสรุปของคดีหมายเลขดำที่ ท61/2569 ใกล้จะได้ข้อยุติ เมื่อหลังศาลนัดพนักงานอัยการจังหวัดพัทยา และโจทก์ MR.SIMON PETER CARMAN ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจและพาบุคคลอายุกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม

วันที่ 12 ต.ค.2569 ศาลจังหวัดพัทยา ออกนั่งพิจารณาคดีนัดคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและตรวจพยานหลักฐานจำเลยคดีอาญาหมายเลขดำที่ ท61/2569 กรณีชาวต่างชาติสัญชาติออสเตรเลียถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมหญิงชาวไทยแล้วอำพรางศพในกระเป๋าเดินทางไปทิ้งริมทางรถไฟ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25-26 มิ.ย.2569

ศาลได้อธิบายสิทธิในคดีอาญาตามกฎหมายให้บิดาผู้ตาย และจำเลย รวมทั้งข้อดีและข้อเสียในการต่อสู้คดีให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยขอให้การรับสารภาพเฉพาะฐาน ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ส่วนข้อหาอื่นปฏิเสธและบิดาผู้ตายยื่นคำขอให้บังคับให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,650,000 จำเลยขอยื่นคำให้การภายใน 15 วัน ศาลอนุญาต

เนื่องจากคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน ศาลจังหวัดพัทยาจึงกำหนดการพิจารณาโดยเร็ว โดยให้นัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 8-9 ธ.ค.2569 เวลา 09.00-16.30 น.และนัดสืบพยานจำเลย ในวันที่ 11 ธ.ค.2569 เวลา 09.00-16.30 น.

อ่านข่าว :

"ไทยพีบีเอส" โต้ สตง. ไม่เปิดช่องแจงก่อนสรุปผลตรวจ

สภาฯ ปิดฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.Thai PBS เสียงค้านพุ่ง 77%

สตง.แจง "กรณีตึกถล่ม" ขออย่าโยงกับกรณี "ตรวจสอบไทยพีบีเอส"

สตง.ปฏิเสธกลั่นแกล้ง "ไทยพีบีเอส" ตรวจสอบตามหน้าที่