ยุค AI ไม่ต้องกลัวตกงาน เพราะจะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
18:45
จำนวนผู้ชม 67
Thai PBS
ยุค AI ไม่ต้องกลัวตกงาน  เพราะจะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

ประเด็นเรื่องถูก AI แย่งงานที่พูดกันมานานและเริ่มพูดกันมากขึ้น เมื่อผู้บริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ออกมาแสดงความกังวลว่า AI กำลังเข้ามากระทบตลาดแรงงานโลกอย่างรวดเร็วเปรียบเสมือนคลื่นสึนามิ ที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ โดยตำแหน่งงานราว 40% ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจาก AI ไม่ว่าจะเป็นการแย่งงานโดยตรง หรือการลดบทบาท

เรื่องนี้ ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ มองว่า AI ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ผลลัพธ์ล่าสุดที่สะท้อนออกมา AI จะเป็นเหมือนคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตในยุคก่อน จะทำให้เกิดแต่จะเกิดสถานการณ์ที่เรียกว่าเทคโนโลยีดีไวซ์ คือ จะทำให้โลกมีการแบ่งระหว่างคนที่ใช้กับไม่ใช้ ถ้าเทียบกับอดีต คือ คนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นและคนที่ใช้ไม่เป็น คนที่ใช้อินเทอร์เน็ต เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและคนที่ไม่ใช้ ตอนนี้จะเกิดความต่างระหว่างเจนที่ 3 คือ คนที่ใช้กับไม่ใช้ AI ผลลัพธ์จะทำให้เกิดการพัฒนาแบบ K เชฟ คือ คนที่เข้าถึงและใช้งานได้ดีจะมีรายได้สูง มีความสามารถเก่งขึ้น แต่คนที่ใช้ไม่ได้และเข้าไม่ถึงจะเป็นคนที่ตกขบวนการพัฒนา

กระทบแรงงานมากน้อยแค่ไหน?

มีการประมาณการว่า จะกระทบกับแรงงาน 3 ส่วน คือ ส่วนที่มีความเสี่ยงมาก AI จะเข้ามาแข่งขันทำให้โอกาสในการหางานยากขึ้น เช่น กลุ่มแรงงานทักษะปานกลาง คือ ไม่ชำนาญแต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ใช้แรงงาน มีทักษะกลางๆ

กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มเด็กจบใหม่ กำลังจะเข้ามาพบว่า ทักษะหลายๆ ส่วน AI สามารถทำแทนได้ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มแรงงานที่จบปริญญามา โดยมากในอดีตได้ค่าแรงสูงกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นมีแรงจูงใจที่ AI เข้ามาแข่งขัน เพราะการลงทุนใน เอไอแพง คงไม่สามารถไปแข่งกับตลาดล่างได้

ทั้ง 3 กลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบในเรื่องการจ้างงาน แต่มีอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ แง่มุมของคนที่ทำงานอยู่เดิม ที่อาจจะต้องปรับเปลี่ยนทักษะ (Skill) ลองนึกถึงในอดีตก่อนมีคอมพิวเตอร์มีพิมพ์ดีด คนที่ทำงานในสำนักงานต้องฝึกมาใช้คอมพิวเตอร์เพื่อจะอยู่รอด พอมีอินเทอร์เน็ต คนที่เคยส่งแฟกซ์ต้องปรับเปลี่ยนทักษะไปส่งอีเมล

ณ ตอนนี้เอไอ กำลังเข้ามาในส่วนของทักษะงานที่ซับซ้อนกว่า ไม่ใช่แบบสาขาอาชีพ แต่เป็นกระบวนการทำงานที่เอไอจะต้องสอดเข้ามาและทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแรงงานส่วนนี้ยังสามารถทำงานต่อไปได้ แต่ต้องเทรนนิ่งให้ตัวเองเก่งขึ้น

งานไม่ได้หาย แต่คนต้อง Reskill และ Upskill

ปัจจุบันเอไอจะเข้ามาสอดในบทเรียนทั้ง Reskill คือ ใช้โปรแกรมเดิมให้เก่งขึ้นได้ และ Upskill คือ เรียนในสิ่งที่ไม่เคยเรียน ยกตัวอย่างเช่นในอดีตต้องเรียนไมโครซอฟต์เอกเซล ที่อัพเกรดเวอร์ชันใหม่ๆ เสมอ พอ AI เข้ามาต้องเรียนไปเรียนคำสั่งใน AI เพื่อจะทำกิจกรรมเดิมให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น การทำโปรแกรมพาวเวอร์พอยท์ สั่งเอไอทำแทน นั่นคือ การ Upskill ในทักษะใหม่ของเอไอ

เป็นการล้างระบบการเรียนรู้แบบเดิม ถ้าคุณยังใช้ตำรา Reskill – Upskill เดิมอยู่ไม่ทันแล้ว แม้แต่หลักสูตรต้องเปลี่ยนใหม่ให้ AI เป็นส่วนหนึ่งในการ Reskill-Upskill

ดร.นณริฏ เชื่อว่า จะมีงานบางส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงถ้าทักษะทำได้แค่ขั้นปฐม เช่น งานเลขา ตอบอีเมล ทำนัด AI ทำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์และทำได้เร็วด้วย ตรงนี้หายแน่ แปลว่ามนุษย์ต้องเคลื่อนไปที่จุด AI ยังจำเป็นอยู่ แต่ตัวเองมีส่วนบางส่วนเข้าไปด้วย

นั่นหมายความว่า งานสำนักงาน เช่น งานเลขา สามารถอัพเกรดได้ หากนำ AI เข้ามาก็ยังไปต่อได้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้บริหารอยากได้แผนท่องเที่ยว เลขาสามารถถาม AI และได้คำตอบที่ดีกว่า AI ทำเอง เพราะเลขาเข้าใจความต้องการของผู้บริหารมากกว่า

AI ไม่มีความเป็นมนุษย์จะได้แค่ใช้เกณฑ์ทั่วไป ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริหาร ซึ่ง AI ไม่รู้ ดังนั้นออฟฟิศยังมีอยู่ได้ แต่ต้องเอา AI เข้ามาทุกจุดที่เป็นไปได้แล้วคุณก็จะอยู่รอดได้

อนาคตจะมีงานแบบใหม่เข้ามา

นักวิชาการอาวุโส TDRI ชี้ว่า อนาคตจะมีงานแบบใหม่ขึ้นมาซึ่งจะมี AI เข้าไปผูกโยงด้วย เช่น ครูแบบ Personalize ที่จะเปลี่ยนบทบาทครูแบบดั้งเดิม ที่สอนด้วยหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนแตกต่างหาก AI เข้ามาเป็นครูผู้สอน แล้วให้ผู้สอนแต่ละคนกลายเป็นติวเตอร์พิเศษ เป็นครูที่ทำหน้าที่เฉพาะของแต่ละคน จะทำให้เด็กทุกคนเรียนรู้และทำความเข้าใจได้มากขึ้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อนาคตจะมีความต้องการอาชีพลักษณะนี้มากขึ้น

อาชีพที่เจาะลึกลงไปแต่ละคน ทุกๆ สาขาอาชีพจะมีมากขึ้นกว่านี้ เช่น เรื่องการลงทุน ต่อไปจะมี personalize เรื่องไฟแนนซ์ให้คำปรึกษาลงทุนเฉพาะบุคคล หรือ AI เข้ามาผนวกกับเทรนเนอร์ดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล

เราต้องไม่ปิด อย่าไปมองภาพลบว่า พนักงานจะตกงาน อย่าไปกลัวตรงนั้น เหมือนที่มองว่าพนักงานพิมพ์ดีดจะตกงาน เพราะมีพนักงานคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ท้ายที่สุดถ้าคุณเรียนรู้ AI ได้เดี๋ยวจะมีงานใหม่มาให้คุณเพราะมันจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ คุณต้องเอามาใช้ในชีวิตประจำวันของคุณให้ได้ก่อน

งานแบบไหนที่ AI ทดแทนไม่ได้

ทีดีอาร์ไอ เคยศึกษา แล้วเคยมองว่าความเป็นมนุษย์ ทำให้มนุษย์เหนือกว่าหุ่นยนต์ และ อัลกอริธึ่ม ประกอบไปด้วยงานที่แฮนด์ เช่นงานนวด AI จะไม่รู้ความหนักเบา คนไม่อยากนวดโดยคอมพิวเตอร์ หรือ หุ่นยนต์ที่คุมโดยเอไอ เดี๋ยวบีบผิดแล้วกระดูกอาจแตกได้

เฮด คือ การใช้สมอง AI เก่งจริงแต่เรื่องความเป็นมนุษย์ต้องยอมรับว่า อาจจะยังไม่ทันเชาว์ปัญญา เช่น กฎหมายที่มีความซับซ้อนมาก หรือ อาชีพเฉพาะทางอย่าง ผู้พิพากษา สมองของมนุษย์ยังเหนือกว่า AI เรื่องสังคมศาสตร์

และฮาร์ท คือ ความเป็นมนุษย์ AI แข็งมาก ไม่มีความกรุณาปราณี ไม่มีซอฟต์ฮาร์ท หลายเรื่องที่เราต้องการความเห็นอกเห็นใจ เรื่องจิตวิทยา ยังต้องใช้ความเป็นมนุษย์ในการดูแลอยู่ เวลาเราปรึกษา AI ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ ไม่มีความเข้าใจยังไม่สามารถปรึกษาชีวิตเราได้ เวลาเราต้องการเพื่อนคุยที่เป็นมนุษย์บางทีเราไม่ต้องการคำตอบเราต้องการคนฟัง งานลักษณะนี้ยังต่อยอดได้ เช่น บางคนทำเล็บไปด้วยพูดคุยกันด้วย คนสื่อสารเข้าอกเข้าใจความเป็นมนุษย์

หัวอกความเป็นมนุษย์ยังสำคัญอยู่ แฮนด์ คือ สัมผัส เฮด คือ สมองมนุษย์ซับซ้อนกว่า AI ประสบการณ์ วัฒนธรรม อะไรต่างๆ ยังมีความสำคัญอยู่ ท้ายที่สุดมนุษย์ยังเป็นมนุษย์เป็นจุดที่ AI ทำยังไงก็ไม่เหมือน ตรงนี้ยังเป็นโอกาสสำหรับเราอยู่

และงานที่ AI ยังเข้ายาก เช่น ไอดอลศิลปิน เคยมีความพยายามสร้างนักร้อง AI ขึ้นมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะท้ายที่สุดคนยังต้องการคนอยู่ดี

เจนซีจะหางานยากขึ้นไหม

ดร.นณริฏ มองว่า ยากขึ้นเพราะสถาบันการศึกษายังปรับไม่ทัน เรายังอยู่กับหลักสูตรเดิมๆหลักสูตรแบบเดิมๆ อาจารย์เอาแต่สอนไม่เคยไปทำงานจริง ไม่เคยดูว่าอุตสาหกรรมต้องการอะไร ไม่เคยดูเลยว่า AI มาแล้วทำยังไงถึงจะรอด ต้องกลับไปแก้ที่การศึกษา

หลักสูตรการศึกษาต้องเร่งปรับปรุงไม่เช่นนั้นเด็กจบมาเอาตัวรอดยาก เพราะทักษะเขาถูกฝึกเอาไว้ทำงานในโลกเก่า แต่ดีมานด์ ของธุรกิจต้องการคนในโลกใหม่แล้ว

มาถึงต้องใช้ AI เป็น มาถึงไม่ใช่แต่มานั่งพิมพ์ดีด ใช้คอมพิวเตอร์ มาถึงต้องถาม AI ได้เลย เจนซีถ้าอยากได้งานทำต้องเพิ่มทักษะตรงนี้