วันนี้ (2 พ.ย.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2569 โดยเน้นย้ำทิศทางนโยบายสำคัญ เกี่ยวกับการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย
โดยระบุว่า การทำงานต้องสร้างความสมดุลระหว่างปากท้องของประชาชน กับสิทธิของคนเดินเท้าและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง พร้อมชี้ว่าพื้นที่สาธารณะเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของ กทม.ดังนั้นการใช้พื้นที่ต้องให้ความสำคัญกับประชาชนส่วนใหญ่ ผู้สัญจร เด็ก และผู้พิการ ให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยก่อนเสมอ
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติ ย้ำแนวคิดหลักในการจัดระเบียบไว้ว่า ทางเท้าไม่ใช่พื้นที่ทำมาหากินถาวร (Transition Period) อนุโลมให้ค้าขายบนทางเท้าถือเป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือชั่วคราวในระยะเปลี่ยนผ่านเท่านั้น กทม. ไม่มีนโยบายส่งเสริมหรือเพิ่มจำนวนหาบเร่แผงลอยบนพื้นที่สาธารณะ โดยจะให้ขายเฉพาะผู้ค้าเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว และจะไม่เปิดรับผู้ค้ารายใหม่บนทางเท้าอย่างเด็ดขาด
กทม.จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ยืนยัน ไม่เปิดรับรายใหม่อย่างเด็ดขาด
เป้าหมายคือการย้ายออกจากพื้นที่สาธารณะ มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ค้าเดิมให้มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถขยับขยายย้ายออกจากทางเท้า ไปทำการค้าในพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การเช่าพื้นที่เอกชน ห้องแถว หรือเข้าสู่ระบบศูนย์อาหาร (Hawker Center) และระบบภาษี ซึ่งจะสร้างความมั่นคงในอาชีพระยะยาวมากกว่าการพึ่งพาพื้นที่ทางเท้า
ในที่ประชุมยังร่วมพิจารณาจุดทำการค้า 15 จุด ใน 7 สำนักงานเขตบางรัก ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราชเทวี จตุจักร ลาดกระบัง สัมพันธวงศ์ และพระนคร โดยทบทวนจุดทำการค้าต่างๆ เน้นย้ำให้กวดขันเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด การห้ามตั้งโต๊ะนั่งรับประทานอาหารบนทางเท้า (เน้นให้ซื้อกลับบ้าน) และการปรับรูปแบบแผงค้าหรือร่มให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
กทม.จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ยืนยัน ไม่เปิดรับรายใหม่อย่างเด็ดขาด
พร้อมเห็นชอบการยกเลิกจุดผ่อนผัน 4 จุด ใน 3 สำนักงานเขต (คลองสาน บางนา และลาดพร้าว) เนื่องจากปัจจุบันบางจุดไม่มีผู้ค้าทำการค้าแล้ว เพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวก
อ่านข่าว :
จ่อนำร่องแซนด์บ็อกซ์ "ถนนข้าวสาร" ปรับกฎระเบียบสถานบริการ
กทม. ใช้ Big Data ชี้เป้าต้นตอฝุ่น PM2.5 ตั้งเป้าลดวันฝุ่นสูงเหลือ 20 วัน
จอดเฉพาะป้ายใหญ่! เช็ก 24 เส้นทาง ขสมก. เปิดทดลอง "รถเมล์ด่วนพิเศษ"
