วีจี ตำนานช่างภาพอาชญากรรม
ภาพของเจ้าหน้ากำลังเก็บหลักฐานการเสียชีวิต ปืนและคราบเลือดที่พบในที่เกิดเหตุ ภาพประกอบคุ้นตาในนิยายแนวสืบสวน-สอบสวน ตั้งแต่ยุค 30 จนถึงปัจจุบัน หากทุกภาพในนิทรรศการ Weegee: Murder Is My Business ที่นิวยอร์ค ถ่ายมาจากสถานการณ์จริง ด้วยอิทธิพลมืดที่กำลังรุ่งเรืองในอเมริกา การปะทะกันของกลุ่มมาเฟียก่อให้เกิดอาชญากรรมไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้ Arthur Fellig หรือนามแฝงว่าวีจี กลายเป็นชื่อช่างภาพโด่งดัง จากผลงานการสะท้อนความรุนแรงและโหดร้าย ที่ส่งผลต่อจินตนาการในนิยายและภาพยนตร์นัวร์ในยุคต่อมา
การทำงานที่ต้องอาศัยความว่องไว ทำให้วีจีเช่าห้องที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีตำรวจ โดยเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์เพียงคนเดียวในสมัยนั้นที่ได้รับอนุญาตให้ถือวิทยุคลื่นสั้นของตำรวจเพื่อตามไปเก็บภาพสถานการณ์ได้ทันท่วงที กระทั่งบ่อยครั้งไปถึงก่อนตำรวจ แม้ไม่เคยเรียนการถ่ายภาพ แต่การจัดวางแสงเงาประกอบกับการเลือกมุมที่สื่อถึงความรู้สึกของคนในภาพ ไม่เพียงทำให้ผลงานของวีจี เป็นมากกว่าภาพข่าว ยังสะท้อนภาพสังคมและความยากจนบนถนนในเมืองนิวยอร์คในยุคนั้น
Brian Wallis ภัณฑารักษ์จากสมาคมช่างภาพนานาชาติกล่าวว่า ภาพข่าวอันโด่งดังของวีจีในยุค 30 และ 40 กระตุ้นให้เกิดการถกเถียงเรื่องขอบเขตทางจริยธรรมของช่างภาพวารสารศาสตร์เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะการถ่ายทอดความรุนแรงของเหตุการณ์ด้วยการถ่ายภาพเหยื่อ และครอบครัวของผู้เสียหาย ซึ่งยังเป็นคำถามที่นักวารสารศาสตร์ยากจะให้คำตอบที่ชัดเจนแม้กระทั่งในปัจจุบัน
