" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news05022012/64092-imagejpeg-92102.jpg
ทางการรัฐควีนส์แลนด์ต้องประกาศเตือนให้ประชาชนประมาณ 4,000 คนในเขตเซ็นต์จอร์จ อพยพสู่ที่ปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำบอลโลน อาจขึ้นสูงถึง 13.40 เมตรภายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเสี่ยงจะทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน แม้ว่าจะมีการเสริมแนวตลิ่งแล้ว แต่เนื่องจากบางจุดเขื่อนริมแม่น้ำเริ่มรับความเชี่ยวของกระแสน้ำไม่ไหว
ส่วนผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในเขตเสี่ยง เจ้าหน้าที่อพยพไปรักษาตัวที่เมืองบริสเบน และโกลด์ โคสต์ ด้านผู้ว่าการรัฐควีนส์แลนด์ เดินทางไปยังเขตเซ็นต์จอร์จ เพื่อประชุมรับมือภัยพิบัติธรรมชาติ กับสภาท้องถิ่นและตำรวจ
ส่วนที่รัฐนิวเซาธ์เวลส์ ประชาชนในเมืองโมรียังต้องอพยพออกจากบ้านเรือน สู่ที่ปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังไม่ดีขึ้น โดยผู้ที่อพยพจะได้รับถุงยังชีพ และอุปกรณ์จำเป็น มีรายงานว่าน้ำท่วมในรัฐนิวเซาธ์ เวลส์ ทำให้ประชาชนกว่า 3,000 คนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ส่วนที่ประเทศจีน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาจีนออกประกาศเตือนภัยหนาวระดับสีฟ้า ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดของการประกาศเตือนภัยหนาวของจีนที่มีทั้งหมด 4 ระดับ เนื่องจากจะมีคลื่นอากาศหนาวเย็นเข้าปกคลุมประเทศอีกเริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอังคาร ซึ่งจะทำให้เกิดลมแรงและอุณหภูมิลดต่ำทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
พื้นที่เขตมองโกเลียในเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด บางพื้นที่อุณหภูมิติดลบ 46 องศาเซลเซียส และมีรายงานปศุสัตว์ล้มตายไปแล้วกว่า 2,600 ตัว สำนักอุตุนิยมวิทยาจีนเปิดเผยว่าอุณหภูมิเฉลี่ยเดือนมกราคมปีนี้ นับว่าต่ำที่สุดในรอบ 27 ปี
นอกจากนี้ อากาศเย็นจัดในเขตมณฑลซินเจียงยังทำให้แม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ทางการต้องสั่งอพยพประชาชน ส่วนที่มณฑลชานตง และเหลียวหนิง อากาศเย็นจัดทำให้ทะเลบริเวณใกล้ชายฝั่งกลายเป็นน้ำแข็งครอบคลุมพื้นที่หลายพันตารางกิโลเมตร โดยมีการประเมินว่าน้ำแข็งหนาถึง 35 เซนติเมตร
ส่วนประเทศในแถบยุโรป ภัยหนาวขยายวงไปถึงเกาะอังกฤษ ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงจนอยู่ที่ติดลบ 12.4 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในช่วงฤดูหนาวปีนี้ นอกจากนี้ยังเกิดหิมะตกหนักทั่วพื้นที่ หิมะยังทำให้การสัญจรทางอากาศปั่นป่วน สนามบินฮีทโธรวต้องตัดสินใจประกาศยกเลิกเที่ยวบินล่วงหน้าหลายเที่ยวบิน และลดตารางบินเหลือเพียงร้อยละ 70 จากเที่ยวบินทั้งหมด
ส่วนที่อิตาลี ทางการกรุงโรมสามารถเปิดเส้นทางจราจรได้ตามปกติแล้ว หลังจากต้องใช้กำลังทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกวาดหิมะที่ตกหนักที่สุดในรอบ 26 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาปกคลุมท้องถนนในกรุงโรมจนใช้การไม่ได้ แม้จะเปิดเส้นทางได้แล้วแต่ระบบขนส่งมวลชนยังไม่สามารถให้บริการได้เต็มที่ ทำให้ทางการตัดสินใจปิดเรียนและสถานที่ราชการในวันจันทร์อีก 1 วัน หิมะที่ตกหนักยังทำให้ต้องปิดสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์หลายแห่ง รวมทั้งโคลอสเซี่ยม
ที่ประเทศยูเครน ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากคลื่นอากาศหนาวจัดรอบนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงถึง 122 คนแล้ว ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้าน แม้ทางการจะตั้งเต็นท์ติดเครื่องทำความร้อนกระจายตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง อุณหภูมิที่ประเทศยูเครนเฉลี่ยติดลบ16 องศาเซลเซียส ทำให้ทางการต้องสั่งปิดเรียนและยกเลิกบริการรถประจำทาง แต่มีประชาชนบางส่วนที่สนุกได้ท่ามกลางอากาศหนาว และพากันไปตกปลาน้ำแข็งในแม่น้ำดานูบ
