"อภิสิทธิ์" ชี้รัฐบาลตั้งองค์กรจัดการน้ำซ้ำซ้อน ไม่มีเอกภาพทำงาน

การเมือง
13:45
จำนวนผู้ชม 33
Thai PBS
"อภิสิทธิ์" ชี้รัฐบาลตั้งองค์กรจัดการน้ำซ้ำซ้อน ไม่มีเอกภาพทำงาน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบกรณีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในอำเภอเสนาว่า มาจากการพร่องน้ำของ 2 เขื่อนใหญ่หรือไม่ ขณะที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า รัฐบาลตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำซ้ำซ้อนจนไม่เป็นเอกภาพในการทำงาน

ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ กนอช. พื่อรวมศูนย์การบริหารจัดการน้ำให้เป็นเอกภาพ รวดเร็ว และ มีประสิทธิภาพขึ้น โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น ถูกนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงการตั้งองค์กรจัดการบริหารน้ำขึ้นมาใหม่ของรัฐบาลว่า ในเชิงโครงสร้างทางกฎหมายไม่มีความแตกต่างในลักษณะการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ โดยยังเป็นการทำงานเช่นเดียวกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุกทุกภัย หรือ ศปภ.ทำให้รัฐบาลขณะนี้มีการตั้งกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำซ้ำซ้อนอยู่หลายชุด แต่ยังไม่มีการยุบกรรมการชุดใดเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และ เป็นเอกภาพอย่างแท้จริง

ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเตรียมพื้นที่เพื่อจัดเป็นพื้นที่รับน้ำ หรือแก้มลิง คาดว่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 2-3 ล้านไร่ ใช้งบประมาณในวงเงินประมาณหมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ในกรอบงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาทของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และ สร้างอนาคตประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญตีความอยู่ โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาเพื่อกำหนดพื้นที่ที่ชัดเจน หลังจากนั้นจะมีการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ก่อนที่จะมีการประกาศพื้นที่ในการเวนคืนจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้ชัดเจน ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำทำได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำน้อยล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั้น นายกรัฐมนตรี เชื่อว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดจากพร่องน้ำมากเกินไปจากเขื่อนสิริกิติ์ หรือ เขื่อนภูมิพล โดยยืนยันว่า เป็นการระบายน้ำตามปกติ ซึ่งจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปดูแลในพื้นที่ และ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจสอบข้อมูลไปประกอบการทำงานด้านกรมชลประทานในการปล่อยน้ำไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน

นายนิกร จำนง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง แต่ได้รับผลกระทบเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ และ บริเวณริมตลิ่งเล็กน้อย ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และผลกระทบอย่างใกล้ชิดแล้ว สำหรับแผนการพร่องน้ำในระยะต่อไปจะพร่องน้ำจากเขื่อนภูมิพลสูงสุดวันละ 66 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนสิริกิต์สูงสุดวันละ 44 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะเร่งสำรวจพื้นที่และทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่รับน้ำจำนวน 2 ล้านไร่ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 27 ก.พ.นี้