ปลัด มท.กำชับผู้ว่าฯ 7 จังหวัดภาคเหนือ เร่งแก้ปัญหาไฟป่า-ยุติวิกฤตหมอกควัน
จังหวัดน่านต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ฉีดพ่นละอองน้ำตามถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลเมืองน่าน เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ ที่ล่าสุดวัดได้ 154 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้เพียง 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนหนึ่งเนื่องมาจาก พื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะไม่มีลมพัด ขณะที่ชาวบ้านป่วยเพิ่มมากขึ้น ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวันละ 800 - 1000 คน ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่เกิน 50 เมตร
เช่นเดียวกับที่จังหวัดเชียงรายฝุ่นละอองที่มีจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่อยู่บนดอยได้รับความเดือดร้อน เช่น วัดพระธาตุดอยเขาความแก้ว ในตัวเมืองเชียงราย พระสงฆ์และสามเณร ต้องทำความสะอาดวัดทุกวัน คาดว่าพรุ่งนี้ ( 7 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันมาฆบูชาอาจทำให้ประชาชนมาทำบุญน้อย
ขณะที่นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำชับให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดจริงจังกับการแก้ปัญหาการเผาป่าว่า มาจากสาเหตุใด ซึ่งเรื่องนี้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยสถานการณ์ โดยน้อมนำและมอบหมายให้กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือเข้าช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาหมอกควัน และไฟป่าอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันได้ดำเนินการเจราจากับผู้ช่วยทูตทหารของพม่าเพื่อหาทางแก้ไขหมอกควันที่มาจากประเทศพม่าเช่นกัน
สอดคล้องกับนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า กระทรวงได้ประสานความร่วมมือไปยังประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ พม่า ลาว เวียดนาม และ กัมพูชา เพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งล่าสุดที่ประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขงเห็นชอบให้ประเทศสมาชิกมีมาตรการเพื่อควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัดตลอดหน้าแล้ง โดยจะต้องร่วมกันลดจุดฮอทสปอต หรือ จุดความร้อนให้เหลือไม่เกิน 50,000 จุด ภายในปี 2558
ล่าสุดการตรวจวัดคุณภาพอากาศในภาคเหนือของกรมควบคุมมลพิษวันนี้ พบว่า พื้นที่เดิมใน 7 จังหวัด คือเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และ แม่ฮ่องสอน ยังมีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน
