หมอกควันภาคเหนือยังวิกฤต กรมควบคุมมลพิษแนะงดกิจกรรมกลางแจ้ง
บรรยากาศท้องฟ้าเหนือบริเวณตัวเมือง จ.เชียงใหม่ที่นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักอนุรักษ์ธรรมชาติ ถ่ายจากเครื่องบินโดยสาร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงหมอกควันที่ปกคลุมพื้นที่ ในระดับความสูง 2,000 ฟุต เช่นเดียวกับภาพของดวงจันทร์ที่ประชาชนหลายจังหวัดภาคเหนือเห็นเป็นสีแดง โดยเชื่อว่าเป็นผลมาจากอนุภาคฝุ่นหนาทึบที่ปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้แสงจันทร์ฟุ้งกระจาย มีเพียงแสงที่เป็นคลื่นยาวๆอย่างสีแสดแดงตกมาถึงโลก
ส่วนหมอกควันที่ยังคงปกคลุมหนาในจ.เชียงรายทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นเหลือเพียง 2 ก.ม.ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องออกมาสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ในช่วงกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองในช่วงกลางวัน
ขณะที่ จ.น่าน และ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่และทหาร ยังคงเข้าไปดับไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายจุด นายเชิดชัย จริยะปัญญา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่านยอมรับว่า สาเหตุที่การแก้ปัญหายังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกำลังเจ้าหน้าที่มีไม่ถึง 100 คน แต่ต้องรับผิดชอบผืนป่ากว่า 170,000 ไร่
เช่นเดียวกับที่ จ.ตาก เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ช่วยกันนำเครื่องกำจัดควันพิษด้วยละอองน้ำของบริษัทเอกชน ไปติดตั้งบริเวณสนามกีฬาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เทศบาลนครแม่สอดเพื่อทดลองใช้งาน หากมีประสิทธิภาพ ทางจังหวัดก็เตรียมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นประจำทุกปี
ล่าสุดกรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในภาคเหนือ พบว่าขณะนี้หลายจังหวัดยังน่าเป็นห่วง โดยสถานีตรวจจัดคุณภาพอากาศศาลากลาง จ.เชียงใหม่ วัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน ได้ 182 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตราฐานที่ไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พร้อมแนะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังภายนอกอาคาร โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรทำกิจกรรมภายนอกอาคารเป็นเวลานาน
