ปัญหาหมอกควันเหนือกลับมาอีกครั้ง
ท้องฟ้าเหนือเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบ ทำให้การมองเห็นในระยะไกลลดลง โดยวันนี้ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศได้ 201 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหมดไว้คือไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ส่วนที่อำเภอแม่สาย วัดได้มากถึง 336 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สาเหตุที่ปัญหาหมอกควันกลับมาอีกครั้งเป็นเพราะมีการลักลอบเผาป่า และเศษวัชพืชมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงขอให้ประชาชนระวังและดูแลสุขภาพ
เช่นเดียกวับจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีการลักลอบเผาป่าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเกิดที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ด้านหลังสนามกีฬาสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี โดยเพลิงได้โหมอย่างหนักเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะทางหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟ กว่า 100 นาย จึงจะพยายามขึ้นไปสกัดเพลิงนานกว่า 6 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมไฟได้สำเร็จ ส่วนสาเหตุน่าจะมีจากฝีมือชาวบ้านที่แอบลักลอบเผาเพื่อหาของป่า
ขณะที่กลุ่มที่ใช้ชื่อว่าเฟสบุ๊ค เชียงใหม่ ร่วมกันเดินขบวนจากหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปที่ถนนนิมมานเหมินทร์ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อรณรงค์งดเผา ทุกชนิด และให้ประชาชนเห็นถึงอันตราย เพราะเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดปัญหาหมอกควันพิษในจังหวัดเชียงใหม่
ล่าสุดกรมควบคุมมลพิษรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในภาคเหนือวันนี้พบว่ามี 2 จังหวัดที่คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานคือจังหวัดเชียงราย และจังหวัดแม่ฮ่องสอน
