ตรวจสอบเส้นทางยาแก้หวัดสารตั้งต้นยาเสพติด

ภูมิภาค
02:28
จำนวนผู้ชม 46
Thai PBS
ตรวจสอบเส้นทางยาแก้หวัดสารตั้งต้นยาเสพติด

วันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.) อย. เตรียมหารือ ในการยกระดับยาสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ด้านดีเอสไอ เชื่อว่า มีเครือข่ายในการซื้อขายที่เป็นระบบ โดยมีสถานพยาบาลตั้งแต่ระดับโรงพยาบาลไปจนถึงคลินิกเป็นเครือข่าย ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะเสนอให้มีการโอนเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบบริเวณกองขยะภายในหมู่บ้านธารทิพย์วิลล่า อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจพบแผงยาแก้หวัด ที่มีส่วนผสมสารซูโดอีเฟดรีน สารตั้งต้นในการผลิตยาบ้า และยาไอซ์ ที่กลุ่มผู้ต้องหานำไปทิ้งไว้จำนวนมาก พร้อมทั้งตรวจสอบบ้านเช่าหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านมอญ หมู่ที่ 2 ตำบลสันกลาง อำเภอสันกำแพง ซึ่งเป็นจุดรวบรวมยาก่อนส่งขาย เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ นายอุดร การสมพรต และ นายสมชัย รักยอดยิ่ง ซึ่งเป็นผู้เช่าบ้านแล้ว

ส่วนการตรวจสอบกรณียาแก้หวัด หายออกจากระบบของโรงพยาบาล นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ ได้ยอมรับว่า จะให้เรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ซึ่งจะมีการประชุมหารือกันอีกครั้ง ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ซึ่งอาจมีการโอนกรณีนี้ให้เป็นคดีพิเศษ และจะทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีอำนาจเดินหน้าสอบสวน เพื่อให้ทราบถึงขบวนการตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง

เบื้องต้นหลังรับเป็นคดีพิเศษแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษจะลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในโรงพยาบาลทั้ง 22 แห่ง ที่มีข้อมูลว่าพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายยาจำนวนมากทันที ซึ่งโรงพยาบาลที่พบการเบิกจ่ายยามากผิดปกติ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ จากนั้นจะมีการนำยาแก้หวัดที่ลักลอบออกจากระบบไปรวมกันที่ภาคเหนือ ส่วนปลายทางที่เป็นผู้รับยาไปรวมไว้ ก่อนส่งออกไปผลิตเป็นยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านนั้น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า ขณะนี้มีข้อมูลขบวนการเหล่านี้แล้ว พบว่ามีหลายกลุ่ม โดยมีการนำยาแก้หวัดออกไปทางชายแดนภาคเหนือ ส่วนชายแดนภาคใต้ ดีเอสไอยังไม่พบข้อมูลว่ามีการใช้เส้นทางดังกล่าว

ขณะที่ นพ.วัฒนา กาญจนกามล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งย้ายเภสัชกรชำนาญการ ประจำโรงพยาบาลดอยหล่อ และโรงพยาบาลฮอด ไปช่วยราชการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หลังพบว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ กรณีการทุจริตสั่งซื้อยาแก้หวัดสูตรผสมสารซูโดอีเฟดรีนจำนวนมาก และได้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพราะที่โรงพยาบาลดอยหล่อมีการลักลอบสั่งซื้อ ยาแก้หวัด ในนามของโรงพยาบาล เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2553 จำนวน 2 ครั้งรวมกว่า 70,000 เม็ด

ส่วนกรณีที่โรงพยาบาลฮอด ตรวจสอบพบว่ามียาแก้หวัดหายไป จากคลังเวชภัณฑ์ 50,000 เม็ด ทั้งสองกรณีคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนการสอบสวนได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยได้รับคำสั่งเร่งด่วนจากกระทรวงสาธารณสุขให้ตรวจสอบอย่างเข้มข้น

ขณะที่เภสัชกร ประพนธ์ อางตระกูล ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกระดับยาสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท จากที่ปัจจุบันเป็นยาควบคุมพิเศษว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม อย.ได้ทำหนังสือเร่งรัดการหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีแล้ว โดยคาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้น่าจะได้รับคำตอบในข้อหารือ

อย่างไรก็ตามในวันที่ 23 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดยจะมีการหารือในเรื่องนี้ เพื่อเตรียมการหากได้รับหนังสือตอบกลับจากคณะกรรมการกฤษฎีกาจะได้ดำเนินการในเชิงปฏิบัติได้ทันที