สพฉ.จัดประชุมชี้แจงความพร้อมให้การรักษาฉุกเฉิน

สังคม
04:06
จำนวนผู้ชม 12
Thai PBS
สพฉ.จัดประชุมชี้แจงความพร้อมให้การรักษาฉุกเฉิน

สพฉ.จัดการประชุมชี้แจงเพื่อเตรียมความพร้อมศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 ภายใต้นโยบาย "เจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ทั่วถึงทุกคน" พร้อมยืนยันว่า ทุกโรงพยาบาลสามารถดำเนินการได้ตามกำหนดเวลา คือในวันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป

นพ.ไพจิตร วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงนโยบาย 3 กองทุนสุขภาพ ก่อนที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยระบุว่า ในส่วนของหน้างานอย่างศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 ทุกจังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง จะต้องมีการชี้แจงให้เข้าใจอย่างละเอียด โดยเบื้องต้นอยากฝากว่า ในระยะแรกอาจต้องมีการทำความผู้ป่วยวิกฤตเข้าใจกับประชาชน โดยหากมีกรณีที่ไม่แน่ใจ ให้ประสานมาที่สายด่วน 1669 ได้ แต่ขอย้ำว่าให้ยึดหลักการคือให้รักษาไปก่อน โดยไม่ต้องถามสิทธิ์

อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกโรงพยาบาลจัดทำป้ายชี้แจงว่า ผู้ป่วยวิกฤติ ผู้ป่วยฉุกเฉิน มีอาการอะไรบ่งชี้ได้บ้าง การดำเนินการดังกล่าวหวังว่าจะทำให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด และหากเรื่องผู้ป่วยฉุกเฉินผ่านไปด้วยดี ก็อาจจะมีการพัฒนาในเรื่องสุขภาพด้านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย อาทิ โรคไต ซึ่งจะเป็นการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศให้มีความก้าวหน้า และเท่าเทียมในอีกระดับหนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดประโยชน์ก็ตกอยู่กับประชาชน

ส่วนข้อกังวลในเรื่องระบบการส่งต่อที่อาจมีปัญหาใน 3 กองทุนนั้น ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องนี้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว อาทิ สายด่วน 1669 จะเป็นหน้างานด่านแรกที่จะรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ต่อมาคือสายด่วน 1330 ที่จะดูแลในเรื่องสิทธิประโยชน์ และ Clearing House ส่วนระบบส่งต่อเมื่อผู้ป่วยรักษาจนพ้นระยะฉุกเฉินแล้ว กระทรวงสาธารณสุขจะรับหน้าที่ดูแลต่อไปรักษาตามสิทธิ์ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนก็เช่นกัน

ขณะที่ นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสำนักการแพทย์ฉุกเฉิน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า ผู้ป่วยฉุกเฉินนสำหรับคำนิยามของผู้ป่วยฉุกเฉินจะยึดเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551 คือ ผู้ป่วยที่เป็นโรค ได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการที่อาจคุกคามต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ ได้แก่ หัวใจ สมอง ทางเดินหายใจ ที่จำเป็นต้องดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ มิเช่นนั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที

อาทิ หัวใจหยุดเต้น หอบหืดขั้นรุนแรง มีการเขียวคล้ำของปากและเล็บมือ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นหลอดลมทั้งหมด อุบัติเหตุรุนแรงบริเวณใบหน้า และลำคอ มีเลือดออกมาก ภาวะช็อกจากการเสียเลือด หรือขาดน้ำอย่างรุนแรง แขน ขา อ่อนแรงพูดไม่ชัดเฉียบพลัน ชักตลอดเวลาหรือชักจนตัวเขียว มีไข้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ถูกสารพิษ สัตว์มีพิษกัด หรือได้รับยามากเกินขนาด ถูกสุนัขกัดบริเวณใบหน้า และลำคอ เป็นต้น