ตั้ง 8 ข้อหา 2 ผู้สงสัยวางบึ้ม รร.ลีการ์เดนท์หาดใหญ่ จ.สงขลา

ภูมิภาค
07:03
จำนวนผู้ชม 104
Thai PBS
ตั้ง 8 ข้อหา 2 ผู้สงสัยวางบึ้ม รร.ลีการ์เดนท์หาดใหญ่ จ.สงขลา

เจ้าหน้าที่ตั้ง 8 ข้อหาหนักกับคนร้ายที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ขณะนำรถยนต์บรรจุระเบิดมาจอดในห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นท์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขณะที่เจ้าของรถยนต์ที่เสียหายซึ่งเป็นชาวมาเลเซียวันนี้เริ่มทยอยมารับรถ

นายชาย เบ็ง เต็ง นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มารับรถที่เสียหายเพราะเหตุระเบิดในห้างสรรพสินค้าลีการ์เดนท์ ด้วยความหนักใจ เพราะรถของตนเอง และ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียอีกหลายคนทางบริษัทประกันฝั่งมาเลเซียไม่ยินยอมที่จะจ่ายเงินซ่อมแซมให้ เพราะเกิดความเสียหายในฝั่งไทยจึงอาจต้องนำเงินส่วนตัวมาใช้ซ่อมแซมในไทยก่อนจะนำกลับไปไปยังประเทศ

ขณะที่การทยอยนำรถออกมาจากลานจอดรถชั้นใต้ดินวันนี้ ( 6 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ได้นำรถเคลนมาช่วยยกรถได้แล้วกว่า 90 คันที่เหลืออีกกว่า 100 คันทยอยนำออกมากด้วยสภาพที่กลายเป็นเศษเหล็ก เจ้าของรถหลายคนบอกว่า หากไม่สามารถซ่อมแซมได้ ต้องขายราคาถูก

ส่วนที่ศาลจังหวัดสงขลาได้อนุมัติการออกหมายจับคนร้ายสองคนตามภาพวงจรปิด ระหว่างนำรถยนต์ประกอบระเบิดไว้ที่ห้างสรรพสินค้าลีการ์เดนท์ โดยได้ตั้งข้อหารวม 8 ข้อหา เช่น การก่อการร้าย, ร่วมกันสะสมกำลังพล หรืออาวุธ จนเป็นสาเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับความเสียหาย

ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปในอำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม บนเขาคอหงส์ ซึ่งโดยปกติแล้วในวันศุกร์จะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาสักการะจำนวนมาก แต่วันนี้กลับมีนักท่องเที่ยวหายไปมากกว่าครึ่ง ขณะที่โรงแรมต่าง ๆ บริษัททัวร์ได้ยกเลิกห้องพัก กว่าร้อยละ 30

ส่วนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดปัตตานี วันนี้โรงแรมเกือบทุกแห่งมีการเฝ้าระวังรถยนต์ และ ตรวจสอบอย่างละเอียด สำหรับรถยนต์ที่เข้ามาจอดในอาคารของโรงแรมเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อาจเป็นช่องว่างทำให้คนร้ายนำรถมาจอดภายในโรงแรมได้

ขณะที่จังหวัดยะลาผู้ประกอบการที่เสียหายจากเหตุระเบิดสองจุดบนถนนร่วมมิตร จำนวน 135 คน รับเงินช่วยเหลือกว่า 1,800,000 บาท จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้ที่เสียหายมากจะได้เงินช่วยเหลือรายละ 15,000 บาท เสียหายปานกลางชดเชย 10,000 บาท และเสียหายในลักษณะไม่สามารถทำกิจการได้รายละ 8,000 บาท ซึ่งผู้ประกอบการบอกว่า เงินก้อนนี้แม้จะไม่มาก แต่ยังดีกว่า การไปกู้หนี้ยืมสินมาซ่อมแซมบ้าน และยืนยันว่าจะยังประกอบธุรกิจในพื้นที่ต่อไป