กรมราชทัณฑ์สั่งย้ายผบ.เรือนจำนครศรีฯ ขยายผลค้นบ้าน 14 จนท.คาดเชื่อมโยงค้ายาเสพติด

ภูมิภาค
07:44
จำนวนผู้ชม 166
Thai PBS
กรมราชทัณฑ์สั่งย้ายผบ.เรือนจำนครศรีฯ ขยายผลค้นบ้าน 14 จนท.คาดเชื่อมโยงค้ายาเสพติด

รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้มีคำสั่งย้ายนายณรงค์ ยงค์ณรงค์เดชกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ไปประจำกรมราชทัณฑ์ หลังจากเมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ 600 นาย สนธิกำลังตรวจค้นเรือนจำ ยึดโทรศัพท์มือถือเกือบ 300 เครื่อง และยาเสพติดหลายรายการ ขณะที่วันนี้ (23 เม.ย.)กำลังตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านพักเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด 14 จุด

ตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 14 จุดซึ่งเป็นบ้านเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องยาเสพติดกับผู้ต้องขังในเรือนจำ หลังจากเมื่อวานนี้ (22 เม.ย.)ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 600 นาย เข้าตรวจค้นเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถยึดโทรศัทพ์มือถือเกือบ 300 เครื่องและยาเสพติด โดยโทรศัพท์ที่ยึดได้ 1 เครื่อง มีข้อความส่งเข้าเครื่องโทรศัพท์ของผู้ต้องขังเตือนว่า อีก 2 ชั่วโมงจะมีการบุกค้นเรือนจำ

จากการตรวจค้นบ้านของนายพีระศักดิ์ จันทร์ประเสริฐ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นบ้านพื้นที่เป้าหมาย 1 ในจำนวน 14 จุด สามารถตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้มาจากการโจรกรรมจำนวน 1 คัน นอกจากนี้ยังตรวจปัสสาวะบุตรชาย คือ นายอนุพงศ์ จันทร์ประเสริฐ พบว่า ปัสสาวะเป็นสีม่วง จึงควบคุมตัวเพื่อสอบสวน

พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จากนั้นจะส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป คาดว่า จะสามารถตามยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติดซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชได้นับ 1,000 ล้านบาท

ด้านนายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มีคำสั่งย้ายนายณรงค์ ยงค์ณรงค์เดชกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ไปประจำกรมราชทัณฑ์ และมีคำสั่งให้นาย สุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษมีนบุรี มาดำรงตำแหน่งแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง