
ไทยพีบีเอสจัดค่ายเยาวชน
ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมสุดยอดด้านสื่อสารมวชนแห่งเอเชีย หรือ Asia Summit 2012 วันนี้ (26 พ.ค.) และพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) มีการจัดกิจกรรมของเยาวชนหรือ มีเดียแอทยัง ซึ่งเป็นเวทีคู่ขนานขึ้นที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้วิธีการทำสื่อและร่วมแลกเปลี่ยนการทำสื่อผ่านหลายช่องทาง รวมไปถึงกีฬาอี-สปอร์ต ที่กำลังเป็นที่แพร่หลาย
นายณรงค์ชัย เลขวนมาศ ผู้ควบคุมดูแลกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์-สปอร์ต หรือ อี-สปอร์ต ในกิจกรรม มีเดียแอทยัง ที่จัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ระบุว่า กีฬาอี-สปอร์ตกำลังเป็นที่นิยมในหลายประเทศ ซึ่งนักกีฬาอี-สปอร์ต จะสามารถมีรายได้จากการแข่งขันเกม เงินเดือน การรับหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา ตลอดจนการซื้อ-ขาย ตัวผู้เล่นให้กับทีมต่าง ๆ ซึ่งคล้ายคลึงกับกีฬาประเภทอื่นที่มีการซื้อ-ขายตัวผู้เล่นกันอย่างเช่น กีฬาฟุตบอล
ผู้ควบคุมดูแลกลุ่มกีฬา อี-สปอร์ต ยังระบุว่า การควบคุมดูแลเด็กไม่ให้ติดเกมนั้นต้องมีการวางแผน และหากเป็นกีฬาอี-สปอร์ตจะต้องมีการให้คำแนะนำและกำหนดข้อดี-ข้อด้อย รวมถึงประเมินคู่แข่ง และแบ่งช่วงเวลาในการซ้อมโดยในช่วงเช้าเป็นการซ้อมเกม และในช่วงบ่ายจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาทักษะทางด้านร่างกายให้แข็งแรง และสร้างบุคลิกภาพที่ดี สามารถควบคุมอารมณ์ได้
ขณะที่ช่วงเย็นจะเป็นช่วงการฝึกซ้อมใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากเวลาเย็นเป็นช่วงเวลาที่ในแต่ละประเทศจะมีเวลาใกล้เคียงกัน สามารถออนไลน์พร้อมกันได้ซึ่งก็คือการซ้อมใหญ่ แต่ทั้งหมดนี้ต้องรู้เท่าทันเล่นเพื่อไม่เป็นการติดเกม และเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยเกมที่เหมาะสมนั้นมีหลากหลายประเภททั้ง ยิงปืน,รถแข่ง,วางแผน โดยสามารถเลือกให้เหมาะกับวัย
กิจกรรมกีฬาอี-สปอร์ต เป็นอีกกจิกรรมที่ไทยพีบีเอสได้จัดทำขึ้นสำหรับเยาวชนและผู้ปกครองสามารถเรียนรู้สื่ออย่างรู้เท่าทันสื่อเทคโลยีที่ไม่ใช้การปิดกั้น แต่เป็นการเรียนรู้อย่างเข้าใจ รวมถึงการสอนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ ในการเลือกใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดประโยชน์ที่สุด
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสื่อสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชนไทย หรือ สสย.ระบุว่า เด็กใช้เวลาสำหรับพื้นที่สื่อไม่น้อยกว่า 8 ช.ม. โดยสื่ออินเตอร์เน็ตจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 ช.ม.ต่อวัน นอกจากการค้นหาข้อมูลยังติดต่อเพื่อนในสื่อสังคมต่าง ๆ รวมไปถึงการเล่นเกม ซึ่งมีเกมที่มีเนื้อหารุนแรง และเกมที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ก็มีจำนวนไม่น้อย โดยการป้องกันมิให้เด็กติดเกมโดยที่ผู้ปกครองจะต้องจำกัดชั่วโมงการเล่นเกม ให้ไม่วันละประมาณ 1 ช.ม.ต่อวัน รวมถึงจำเป็นต้องเลือกประเภทเกมที่มีประโยชน์และเสริมสร้างความรู้