สถานการณ์น้ำท่วมดินถล่ม
เจ้าหน้าที่ชลประทาน จังหวัดระนอง ต้องเปิดประตูระบายน้ำคลองหาดส้มแป้น ทั้ง 4 บาน เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอันดามัน เพื่อป้องกันปริมาณน้ำจำนวนมากจากเทือกเขานิเวศน์ ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองเอ่อล้น เข้าท่วมชุมชนที่ตั้งอยู่ริมคลอง ใน เมืองระนอง หลังน้ำจากเทือกเขานิเวศน์ ไหลบ่าลงมาเป็นจำนวนมากจากน้ำฝนที่ตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืน ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยา จังหวัดระนอง ออกประกาศเตือนชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มแล้ว ในขณะที่อำเภอกระบุรี ซึ่ง ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาคลองใน ไหลเข้าท่วมก่อนหน้านี้ ระดับน้ำยังทรงตัว เพราะน้ำทะเลในคลองกระบุรียังหนุนสูงและมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง เมื่อสำรวจความเสียหาย พบว่ามีผู้ประสบกว่า 500 คน ส่วนในอำเภอละอุ่น พบดินสไลด์ลงมาทับถนนหลายจุด และมี 85 หมู่บ้าน ใน 5 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอกระบุรี อำเภอสุขสำราญ อำเภอกะเปอร์ และอำเภอละอุ่น ที่ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก
ส่วนฝนที่ตกหนักในจังหวัดกระบี่ ส่งผลให้บริเวณอ่าวนางมีคลื่นลมแรง นอกจากนี้ถนนเพชรเกษม มีต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่น ล้มทับสายไฟฟ้าหลายจุด เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับ เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมและสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว ซึ่งในจังหวัดกระบี่ได้ประกาศพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม 71 หมู่บ้าน ในอำเภอเกาะลันตา อำเภอเขาพนม อำเภอปลายพระยา และอำเภอเมือง ส่วนในอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา น้ำจากน้ำตกห้วยโต้ไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตรในตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ เจ้าหน้าที่ประกาศให้ผู้ที่อาศัยริมคลองใหญ่ อพยพออกจากพื้นที่แล้ว
ขณะที่เมื่อวานนี้ ( 5 มิ.ย. ) นายสุทัศน์ ปัทมะศิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสื่อมวลชนกว่า 50 คน ติดอยู่ในพื้นที่บ้านคลองเรือ ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เนื่องจากมีน้ำป่าไหลหลากท่วมเส้นทาง ขณะเดินทางกลับจากการไปเปิดโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชน จนต้องประสานกลุ่มออฟโรดในพื้นที่ เพื่อเข้าไปรับคณะของผู้ว่าฯ กฟผ.และเดินทางออกมาได้อย่างปลอดภัย
ล่าสุด ( 6 มิ.ย. ) กรมทางหลวงรายงานเส้นทางหลวงสาย 41 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักภาคใต้ จังหวัดชุมพร ระดับน้ำลดลงแล้ว รถสามารถวิ่งผ่านได้ตามปกติ แต่ขอให้ระมัดระวังบริเวณ กม.8 ที่ยังมีน้ำสูงประมาณ 10 เซนติเมตร
