นานาชาติประณามรัฐบาลซีเรีย
จากภาพที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ที่ถ่ายภาพนี้ระบุว่าเป็นซากอาคารในหมู่บ้าน "คูบาร์" และ "มาซาฟ" ที่อยู่ห่างจากเมืองฮามาประมาณ 20 กิโลเมตร อาคารบ้านเรือนที่มีอยู่เพียง 20 หลังถูกเผาทั้งหมด และภายในบ้านยังพบศพผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่ถูกเผาจนดำเป็นตอตะโก
ฝ่ายต่อต้านของซีเรียระบุว่าการสังหารหมู่ในครั้งนี้ทำให้คนเกือบทั้งหมู่บ้านเสียชีวิต และมีผู้หนีเอาชีวิตรอดมาได้เพียงไม่กี่คน ทั้งนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการสังหารหมู่ครั้งล่าสุดยังไม่ชัดเจน แต่หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของซีเรียที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศอังกฤษระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการสังหารหมู่ในครั้งนี้อย่างน้อย 55 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก และสตรี ฝ่ายต่อต้านระบุว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลซีเรีย
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียแถลงว่า การสังหารหมู่ในครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธ และยังเผยแพร่เทปเสียงที่ระบุว่าเป็นเสียงของชาวนาในเมืองฮามา ที่ขอความช่วยเหลือจากกองกำลังของรัฐบาลให้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน ขณะที่คณะผู้สังเกตการณ์ของสหประชาชาติพยายามจะเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แต่ถูกกองกำลังของรัฐบาลสกัดกั้นไว้ไม่ให้ผ่านจุดตรวจเข้าไปในเมืองฮามา
ด้านนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯที่อยู่ระหว่างการเยือนตุรกีเพื่อหารือกับชาติอาหรับ และชาติตะวันตกถึงสถานการณ์ในซีเรียได้ประณามรัฐบาลซีเรีย และกล่าวว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอัสซาดหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว นายอัสซาดจะต้องถ่ายโอนอำนาจ และเดินทางออกนอกซีเรีย เพราะสิ่งที่จะแก้ปัญหาความรุนแรงในซีเรียได้ คือต้องยุติการสู้รบ, ถ่ายโอนอำนาจ และจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล
ส่วนนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศนอร์เวย์ กล่าวว่า หากเรื่องนี้เป็นความจริงประชาคมโลกจะต้องร่วมกันประณามรัฐบาลซีเรีย และประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด กับสิ่งที่ได้ทำลงไป และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซีจะต้องหารือเรื่องนี้ทันที เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของนายอัสซาดขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ควรจะมีการเปลี่ยนถ่ายอำนาจให้กับฝ่ายที่สามารถคุ้มครองชาวซีเรียได้
ด้านนายเฉิง กัวปิง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของจีนแถลงจุดยืนเรื่องซีเรียในที่ประชุมความมั่นคงระดับภูมิภาคในกรุงปักกิ่ง โดยยืนยันว่าจีน และรัสเซียมีจุดยืนที่ชัดเจนต่อสถานการณ์ในซีเรียว่า จีน และรัสเซียไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังเข้าแทรกแซงกิจการในซีเรีย เพราะเชื่อมั่นว่าชาวซีเรียควรจะแก้ปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง
