" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news13062012/91110-imagepng-132812.png
สหประชาชาติระบุว่า ซีเรียได้ก้าวเข้าสู่สถานะของสงครามกลางเมืองแล้ว โดยถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรกจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ ทั้งนี้สงครามกลางเมือง คือการที่ประชาชนภายในชาติแบ่งฝ่ายสู้รบ
โดยการระบุถึงเรื่องนี้มีขึ้นหลังจากคณะทหารสังเกตการณ์ของสหประชาชาติพยายามเดินทางเข้าไปยังเมืองฮัฟฟาห์ ซึ่งอยู่ภายใน จ.ลาตาเกีย ริมทะเลเมดิเตอเรเนียน ซึ่งตอนแรกรัฐบาลซีเรียกีดกันแต่ได้อนุญาตในภายหลัง และเมื่อทหารสหประชาชาติเดินทางผ่านด่านตรวจสุดท้ายก่อนที่จะถึงตัวเมือง ก็ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะไม่ปลอดภัยจึงได้หันหลังกลับ ซึ่งระหว่างที่เดินทางกลับนี้ได้มีชาวซีเรียที่โกรธแค้นขว้างปาก้อนหินและท่อนเหล็กเข้าใส่ และมีกลุ่มคนลึกลับยิงปืนเข้ามา แต่ทหารสหประชาชาติไม่ได้รับอันตราย
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายเอิร์ฟ ลาดซุส รองเลขาธิการสหประชาชาติด้านปฏิบัติการรักษาสันติภาพระบุว่า บัดนี้ซีเรียได้เข้าสู่สถานะของสงครามกลางเมืองแล้ว โดยนายลาดซุสชี้ว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นกับทหารสหประชาชาติเป็นความตั้งใจ
ในขณะเดียวกันรายงานของสหประชาชาติอีกชุดได้กล่าวหาว่าคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายในซีเรียต่างแสวงประโยชน์จากเด็ก โดยเด็กบางคนอายุน้อยเพียง 9 ขวบถูกบังคับเข้ามาร่วมสู้รบ ถูกจับกุมคุมขัง ทรมาน ถูกล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งถูกใช้เป็นโล่มนุษย์
ขณะที่นางฮิลลารี่ คลินตั้น รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวหารัสเซียว่าส่งเฮลิคอปเตอร์ไปให้รัฐบาลซีเรียกวาดล้างผู้ประท้วง ซึ่งรัสเซียปฏิเสธ โดยอ้างว่าอาวุธที่จัดส่งไปไม่ได้ถูกนำมาใช้ในความขัดแย้ง่ของซีเรียที่เกิดขึ้น
