ความรุนแรงในยะไข่ ยังไม่มีท่าทียุติ
สถานีโทรทัศน์เอ็มอาร์ทีวีของทางการพม่านำภาพความเสียหายจากการปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮิงยาในรัฐยะไข่มาเผยแพร่ หลังความรุนแรงย่างเข้าสู่วันที่ 5 และมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตถึง 21 คน ได้รับบาดเจ็บ 21 คน และมีอาคารบ้านเรือนถูกเผาอีก 1,662 หลัง
โทรทัศน์ของทางการพม่า ยังแพร่ภาพรัฐมนตรีกลาโหม เดินทางไปตรวจเยี่ยมค่ายผู้อพยพ ที่ตั้งอยู่ในวัด และได้แจกจ่ายสิ่งบรรเทาทุกข์และอาหาร ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น และพยายามฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในรัฐยะไข่ แต่ชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮิงยายังคงเปิดศึกนองเลือดและจุดไฟอาคารบ้านเรือนทั้งในเมืองซิตตเว และเมืองมงดอว์ โดยมีรายงานว่า ชาวบ้านละทิ้งบ้านเรือนเข้าไปพักพิงในศูนย์อพยพ 6 แห่งกว่า 4,000 คนแล้ว
ทั้งนี้ความรุนแรงดังกล่าวปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ผ่านมาใน เมืองมงดอว์ (Maungdaw) เมื่อม็อบชาวมุสลิมประมาณ 1,000 คน ซึ่งสื่อของทางการพม่าระบุว่า เป็นผู้ก่อการร้าย ได้ก่อความวุ่นวาย กองทัพต้องระดมกำลังหทารเข้ามารักษาความสงบ ก่อนที่ความรุนแรงจะยังลุกลามออกไปในหลายพื้นที่ รวมทั้งในเมืองซิตตเว ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐยะไข่
รัฐบาลพม่ามองว่าชาวมุสลิมโรฮิงยาเป็นพวกลักลอบอพยพเข้าประเทศจากบังคลาเทศและปฎิบัติต่อชาวโรฮิงยาในฐานะคนไร้ถิ่นที่ไม่มีสิทธิ์เป็นพลเมืองของประเทศ แม้ชาวโรฮิงยาเหล่านี้อาศัยอยู่ในแผ่นดินพม่ามาหลายชั่วอายุและต้องเผชิญกับการกีดกันทางเชื้อชาติอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกันสำนักข่าวเอพีได้สัมภาษณ์ชาวรัฐยะไข่ที่หนีจากเมืองซิตตเวมาเป็นนักเคลื่อนไหวอยู่ในไทยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ชื่อจาร์ฮาม อิสลาม ซึ่งเธอเปิดเผยว่ารู้สึกว่าเป็นห่วงครอบครัวที่ติดอยู่ท่ามกลางความรุนแรงในรัฐยะไข่ โดยได้รับข่าวจากน้องสาวว่า ครอบครัวต้องทิ้งบ้านเพื่อหนีภัยความรุนแรงและยังไม่ทราบว่าจะมีชีวิตรอดหรือไม่
