เหตุรุนแรงในรัฐยะไข่เริ่มคลี่คลาย
ส่วนสถานการณ์วันนี้ยังคงเงียบสงบแต่มีรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มเป็น 28 คน นอกจากนี้ เหตุไม่สงบและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในยะไข่ ยังส่งผลให้อาหารในรัฐยะไข่เริ่มขาดแคลนแล้ว
คนชราและเด็กชาวพม่าที่อพยพเข้าไปพักพิงในที่พักชั่วคราวตามวัดเนื่องจากความตึงเครียดระหว่างเชื้อชาติและศาสนา มีอาหารรับประทานไม่เพียงพอ ประกอบกับร้านค้าต่างๆยังไม่เปิดค้าขาย รถบรรทุกและเรือส่งสินค้าจากนครย่างกุ้ง ก็ยังไม่ขนส่งสินค้ามาที่ยะไข่ เพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย ทำให้อาหารที่มีในเมืองซิตตุ่ยเมืองเอกของรัฐยะไข่ เริ่มขาดแคลน
แต่สำหรับสถานการณ์ทั่วไปทหารเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (13 มิ.ย.) หลังจากที่ฝนตกหนัก ทำให้ไม่มีก่อการเหตุเผาทำลายบ้านเรือนตอบโต้กันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮิงยาอีก ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด เพิ่มเป็น 28 คนและบาดเจ็บอีก 53 คน บ้านเรือนเสียหายอย่างน้อย 1,662 หลัง ทางการยังบังคับใช้ประกาศห้ามออกจากบ้านในยามราตรีหรือเคอร์ฟิว ตั้งแต่ 06.00น-18.00 น. แต่มีผู้ฝ่าฝืน ทำให้ถูกจับกุมมากกว่า 30 คนเมื่อคืนนี้
วันนี้ (14 มิ.ย.) นายวิเจย์ นัมบิอาร์ ที่ปรึกษาพิเศษของสหประชาชาติ เป็นผู้แทนเดินทางเข้าตรวจสอบสถานการณ์ที่เมืองมงดอว์ เมืองพรมแดนระหว่างรัฐยะไข่ของพม่ากับบังคลาเทศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการจลาจล โดยเขาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์และประเมินความช่วยเหลือ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการลงพื้นที่
นายโทมัส โอเจีย ควินตาย่า ทูตพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในพม่า เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิมโรฮิงยาที่อาศัยในรัฐยะไข่ เนื่องจากการเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่แตกต่างทางศาสนาและกลุ่มชาติพันธ์ จะเป็นอุปสรรคต่อการสร้างประชาธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ
ขณะที่ชาวโรฮิงยาในรัฐยะไข่ หลายร้อยคน ยังคงพยายามนั่งเรือหนีเข้าไปในบังคลาเทศ แต่ก็ถูกผลักดันกลับออกมาทั้งหมด ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากสหรัฐอเมริกา และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ให้บังคลาเทศพิจารณาช่วยเหลือชาวโรฮิงยาที่อพยพหนีตายมาจากรัฐยะไข่ ซึ่งหัวหน้ากลุ่มผู้อพยพในค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยาในบังคลาเทศ เรียกร้องให้นางออง ซาน ซูจี ที่อยู่ระหว่างการเยือนยุโรป ให้ช่วยชาวโรฮิงยา พร้อมกล่าวหาว่านางซูจีไม่สนใจชะตากรรมของคนกลุ่มน้อย ทั้งที่ชาวโรฮิงยา เคยช่วยนางซูจีหาเสียงในการเลือกตั้งเมื่อปี 2533
ส่วนความเคลื่อนไหวของนางออง ซาน ซูจี วันนี้ (14 มิ.ย.) เธอได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการประชุมองค์การแรงงานสากล หรือ ILO ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มการลงทุนในพม่า ซึ่งจะเป็นการช่วยให้กระบวนการปฏิรูปสู่ประชาธิปไตยเข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมเชื้อเชิญสมาชิก ILO เดินทางไปพม่า เพื่อดูศักยภาพด้านการลงทุนด้วยตัวเอง
