นักวิชาการ เตรียมยื่นหนังสือสนับสนุนรัฐบาล ให้ "นาซ่า" ใช้ "อู่ตะเภา" ยืนยันเกิดประโยชน์

วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
11:52
จำนวนผู้ชม 11
Thai PBS
นักวิชาการ เตรียมยื่นหนังสือสนับสนุนรัฐบาล ให้ "นาซ่า" ใช้ "อู่ตะเภา" ยืนยันเกิดประโยชน์

ตัวแทนนักวิชาการ เตรียมยื่นหนังสือต่อเลขานายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนพิจารณาโครงการค้นคว้าวิจัยในประเทศไทย โดยใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเป็นสถานีวิจัยชั่วคราว พร้อมยืนยัน โครงการดังกล่าว เป็นผลดีด้านการศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงทางอากาศทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค

การเสวนาหัวข้อ " นาซ่า จะมาทำอะไรที่อู่ตะเภา" ซึ่งจัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ มหาวิทยาลัยศิลปากร รศ.เสริม จันทรฉาย อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า โครงการวิจัยศึกษาองค์ประกอบเมฆและภูมิอากาศ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการศึกษาและปฏิบัติการทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ใหญ่และซับซ้อนมากที่สุดของนาซ่า ซึ่งการทำงานจำเป็นต้อง ประสานงานหลายฝ่าย ทั้งจากดาวเทียมหลายดวง บอลลูนสำรวจอากาศ เครื่องบินวิจัย สถานที่ปฏิบัติงานภาคพื้นดิน และมหาสมุทร

ดังนั้น สนามบินอู่ตะเภา มีความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานภาคพื้นดิน เนื่องจากมีรันเวย์ที่ยาวไม่มีการบินมารบกวน และสามารถรองรับนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าโครงการนี้ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวิจัยศึกษาเกี่ยวกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และช่วยพยากรณ์อากาศในอนาคตได้ว่าน้ำจะท่วม หรือแห้งแล้งจะเพียงใด

ด้านนริศรา ทองบุญชู คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อธิบายว่า มลพิษฝุ่นละออง สามารถลอยไปบนชั้นบรรยากาศ ที่สูงกว่าในระดับชั้นฝุ่นละอองที่ตรวจสอบได้ จึงจำเป็นต้องมีความสำรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่แม่นยำ ซึ่งโครงการนี้ เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนให้ความสนใจ จึงเป็นโอกาสดีที่นักวิทยาศาสตร์จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แบบก้าวกระโดด ต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ ๆ จากนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก และไม่เห็นว่าการวิจัยจะส่งผลกระทบหรือผลเสีย จึงขอให้ทุกฝ่ายให้โอกาสกับนักวิทยาศาสตร์ไทยได้เข้าร่วมศึกษาวิจัยโครงการนี้ โดยอย่าโยงไปสู่ประเด็นทางการเมือง

นอกจากนี้ จากประสบการณ์ที่เข้าร่วมสำรวจชั้นบรรยากาศกับองค์การนาซ่า ก็ไม่เห็นว่า จะมีอุปกรณ์ล้วงลับข้อมูลด้านความมั่นคงแต่อย่างใด มีเพียงท่อดูดอากาศที่ใช้เก็บตัวอย่างเมฆและฝุ่นที่ต้องการทำการศึกษาติดที่นอกตัวเครื่องบินเท่านั้น

ขณะที่ บุศราศิริ ธนะ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชี้แจงถึงกรณีที่นาซ่าต้องเข้ามาศึกษาวิจัยในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงมรสุมเข้าทำให้การรวบรวมข้อมูล และการวิจัยมีความละเอียดมากที่สุด พร้อมยืนยัน ประเทศไทยยังขาดข้อมูลจากชั้นอากาศ มีเพียงข้อมูลทางด้านดาวเทียมและภาคพื้นดินเท่านั้น ทำให้ข้อมูลไม่ชัดเจน โครงการนี้จึงจะช่วยให้การพยากรณ์อากาศของไทยแม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ในวงเสวนา ยังมองว่า หากรัฐบาลไม่ยินยอมให้นาซ่าทำการวิจัย จะทำให้ไทยเสียผลประโยชน์ และประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนที่อนุมัติโครงการแล้ว เช่น กัมพูชา อินโดนิเซีย สิงคโปร์ เสียโอกาสที่จะทำวิจัยร่วมกับโครงการ และนำองค์ความรู้ที่ได้มาจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค

ส่วนข้อกังวลเรื่องการจารกรรมข้อมูลความมั่นคง มองว่าเป็นเรื่องล้าสมัย และในวันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) ตัวแทน จะเข้ายื่นหนังสือต่อเลขานายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการทบทวนพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง ก่อนนำเข้าสู่มติคณะรัฐมนตรี


แท็กที่เกี่ยวข้อง