" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news25062012/93644-imagepng-136853.png
ในเวลานี้ชาวอียิปต์กำลังเริ่มทำความเข้าใจกับข้อเท็จจริงที่ว่า ประเทศได้ผู้นำคนใหม่จากการเลือกตั้งที่ถือว่าเสรีที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ใช่ว่าความกังวลทุกอย่างจะหมดไป ด้วยมีข้อสงสัยถึงอำนาจที่แท้จริงของประธานาธิบดี ภายใต้อำนาจของกองทัพ
นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ว่าที่ประธานาธิบดีอียิปต์ กล่าวแถลงผ่านโทรทัศน์ครั้งแรก หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่ 2 อย่างเป็นทางการ รับรองว่านายมอร์ซีชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนร้อยละ 51.73 โดยเขาใช้โอกาสนี้ยกย่องผู้ประท้วงที่เสียชีวิตจากการปราบปรามประท้วงขับไล่อดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค ที่นำมาสู่การเลือกตั้ง จนเขาได้รับชัยชนะ ทั้งแสดงความมุ่งมั่นจะเดินหน้าการปฏิรูปเพื่อสร้างอียิปต์ใหม่ โดยสัญญาว่าจะเป็นประธานาธิบดีของชาวอียิปต์ทุกคน
หลังอยู่ภายใต้การปกครองของนายฮอสนี่ มูบารัค มานาน 30 ปี วันนี้(25 มิ.ย.) ชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ เริ่มรับทราบว่าพวกเขามีผู้นำคนใหม่ ซึ่งกล่มผู้สนับสนุนนายมอร์ซี ต่างตั้งความหวังว่าเขาจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของการปฏิวัติประชาชนต่อไป แต่ก็สร้างความหวั่นใจให้กลุ่มผู้สนับสนุนนายอาห์เหม็ด ชาฟิค อดีตนายกรัฐมนตรีคนสุดท้าย สมัยนายมูบารัค ด้วยไม่แน่ใจถึงทิศทางประเทศภายใต้การนำของพรรคภราดรภาพมุสลิม
ทั้งยังมีคำถามถึงอำนาจที่แท้จริงที่นายมอร์ซีจะได้รับในฐานะประธานาธิบดี เมื่อการสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เพราะอียิปต์ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รับรองอำนาจบริหารของประธานาธิบดี โดยผู้ที่จะร่างรัฐธรรมนูญก็คือทหาร เพราะกองทัพสั่งยุบสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง หลังศาลตัดสินว่ากฏหมายเลือกตั้งส.ส.ไม่ถูกต้อง และออกรัฐบัญญัติรวบอำนาจการร่างกฏหมายมาไว้ในมือ ซึ่งเท่ากับนายมอร์ซีไม่มีฐานอำนาจในสภาผู้แทนราษฎรเลย ตำแหน่งของเขาจึงเป็นเพียงตำแหน่งผู้นำแต่ในนามเท่านั้น ส่วนอำนาจแท้จริงอยู่ที่สภากองทัพสูงสุด
นอกจากนี้ นายมอร์ซียังต้องแบกรับปัญหาภายในประเทศ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน อัตราว่างงานสูง การท่องเที่ยวชะลอตัว ไปจนถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับอิสราเอล ที่เคยมีความสัมพันธ์ระดับปกติในสมัยอดีตประธานาธิบดีมูบารัค
แต่ความท้าทายเฉพาะหน้าของนายมอร์ซี คือการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเขาสัญญาจะหาผู้มีความรู้ความสามารถเข้าร่วมบริหารประเทศ โดยมีข่าวบางกระแสระบุว่าเขาได้เริ่มเจรจากับนายโมฮัมเหม็ด เอล บาราดี อดีตผู้อำนวยการทบวงพลังงานปรมาณูสากล หรือไอเออีเอ ในฐานะผู้เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว
