" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news26062012/93779-imagepng-137026.png
นายบูเล็นต์ อาริงก์ รองนายกรัฐมนตรีของตุรกี แถลงกับสื่อมวลชน หลังเสร็จสิ้นการประชุมของคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า ตุรกีจะไม่ทำสงครามกับซีเรีย และอาจจะระงับการส่งไฟฟ้าไปยังซีเรียเพื่อเป็นการตอบโต้ที่กองทัพซีเรีย ยิงเครื่องบิน "เอฟ 4 แฟนท่อม" ของตุรกีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้นักบิน 2 นายสูญหาย ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีของตุรกียืนยันว่า เครื่องบินลำดังกล่าวทำหน้าที่ลาดตระเวณ และไม่ได้รุกล้ำน่านฟ้าของซีเรีย โดยจุดที่ถูกยิง ยังเป็นน่านฟ้าสากล ทั้งนี้ ตุรกีในฐานะสมาชิกของนาโต้ ขอให้นาโต้จัดการประชุมฉุกเฉินในวันนี้ (26 มิ.ย.55) เพื่อหารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนเวทีขององค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น ได้มีการหารือถึงเรื่องนี้เช่นกัน โดยนายบัน คี มุน เลขาธิการยูเอ็น แสดงความกังวลถึงชะตากรรมของชาวซีเรีย โดยระบุว่า ทั้งกองกำลังของรัฐบาลซีเรียและกองกำลังของฝ่ายต่อต้าน ไม่มีฝ่ายใดที่เป็นห่วงชีวิตประชาชน
นอกจากนี้ คณะผู้สังเกตการณ์ของยูเอ็นยังรายงานว่าการโจมตีรุนแรงและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นสมาชิกของยูเอ็น ควรจะลงมือทำให้มากกว่านี้เพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนซีเรีย โดยเฉพาะเด็กและสตรี ยูเอ็นประเมินว่า นับตั้งแต่มีการลุกฮือเพื่อขับไล่นายบาชาร์ อัล อัสซาด ประธานาธิบดีของซีเรีย เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของรัฐบาลซีเรียนับหมื่นคน ไร้ที่อยู่อาศัยอีกหลายหมื่นคน
นางซูซาน ไรซ์ ทูตสหรัฐประจำยูเอ็นตำหนิประชาคมโลกและยูเอ็นที่มัวแต่เป็นฝ่ายตั้งรับ แทนที่ลุกขึ้นมาจัดการปัญหาในซีเรีย ซึ่งที่ผ่านมาการลงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในประเด็นที่เกี่ยวยข้องกับซีเรีย ไม่ค่อยมีความคืบหน้ามากนัก เนื่องจากรัสเซียและจีนซึ่งเป็นสมาชิกถาวร ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังเข้าแทรกแซงจึงใช้สิทธิวีโต้มาแล้วถึงสองครั้ง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ยูเอ็นไม่สามารถดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับซีเรียได้
