ทั่วโลกเจอภัยธรรมชาติต่อเนื่อง จีน เผชิญภัยน้ำท่วม แผ่นดินไหวหนักที่สุด ด้านยุโรปเจอฝนต่อเนื่อง สหรัฐฯผจญกับคลื่นความร้อน
ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจีนเผชิญปัญหาอุทกภัย ทำให้ประชาชนกว่า 10 ล้านคนได้รับผลกระทบ และมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 คน สูญหาย 42 คน บ้านเรือนเสียหายกว่า 34,000 หลัง และส่งผลให้เศรษฐกิจสูญเสียกว่า 52 ล้านบาท
ส่วนที่เขตปกครองตนเองซินเจียง อุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.6 ริกเตอร์ เมื่อเวลา 05.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับเวลา 04.00 น.ตามเวลาในไทย และเกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือเกิดการสั่นสะเทืนตามมาอีก 8 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ แม้อยู่ไกลออกไปจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวถึง 200 กิโลเมตร
ขณะที่เขตปกครองตนเองหยี เหลียงชาน เกิดดินถล่มทับสถานที่ก่อสร้างสถานีไฟฟ้าพลังน้ำในเขตหนิงหนาน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน และสูญหายอีก 37 คน และต้องเร่งอพยพประชาชน 557 คนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย
ส่วนเกาหลีเหนือ เพื่อนบ้านของจีนประสบภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 105 ปี และทั้งอ่างเก็บน้ำก็แห้งขอดเป็นครั้งแรกในรอบ 83 ปี ปัญหาภัยแล้งยิ่งซ้ำเติมรัฐบาลเกาหลีเหนือ ท่ามกลางความอดอยากของประชาชน ซึ่งเกาหลีเหนือขอให้สหประชาชาติช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาทเพื่อบรรเทาทุกข์แล้ว
ข้ามมาที่ทวีปยุโรป ประเทศอังกฤษ ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีพายุลมแรง ทำให้น้ำท่วมฉับพลัน รถไฟหลายสายหยุดให้บริการเพราะน้ำท่วมรางรถไฟ ขณะที่ถนนหลายสายกลายเป็นคลอง และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน และต้องอพยพยประชาชนหลายร้อยคนไปอยู่ในที่ปลอดภัย
ส่วนที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี ต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาดขวางเส้นทางสัญจรและล้มทับรถยนต์หลายคัน เนื่องจากพายุพัดถล่มซึ่งเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี
นอกจากนี้ ขณะเกิดพายุฝน ผู้หญิง 4 คนที่กำลังเล่นกอล์ฟที่เมืองโกร์บาช หลบเข้าไปในเพิงไม้ แต่โชคร้ายที่ฟ้าผ่าลงมา ทำให้เสียชีวิต 3 คน ส่วนอีกหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปส่งโรงพยาบาล
อย่างไรก็ตามหลายพื้นที่ในสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ซึ่งเป็นผลมาจากคลื่นความร้อน โดยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียส ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต้องหาทางคลายร้อนกันด้วยวิธีต่างๆ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิอาจพุ่งสูงขึ้นอีก
ส่วนไฟป่าที่รัฐโคโลราโดยังคงลุกลามต่อไปล่าสุด ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า เดินทางลงพื้นที่วิกฤตไฟป่าในรัฐโคโลราโด้ พร้อมทั้งประกาศให้พื้นที่ไฟป่าเป็นเขตภัยพิบัติร้ายแรง หลังจากไฟเผาผลาญบ้านเรือนไปถึง 347 หลัง ประชาชน 35,000 คน ต้องอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย
