สตง.เตรียมตรวจสอบปัญหารันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ
ปัญหาพื้นผิวรันเวย์ฝั่งตะวันตก สนามบินสุวรรณภูมิ แตกร่อนเมื่อค่ำวัน ที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาเป็นทางลึก 5 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร ทำให้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เตรียมหารือผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างสนามบิน ตรวจสอบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น
โดยตั้งข้อสงสัยว่าสนามบินสุวรรณภูมิ เพิ่งเปิดให้บริการมา 6 ปี เศษ มูลค่าโครงการก่อสร้างมากกว่า 140,000 ล้านบาท แต่กลับเกิดปัญหาผิวแตกร่อนโดยง่าย ขณะที่การก่อสร้างรันเวย์ ที่ควรมีความมั่นคงถาวรแต่ต้องซ่อมบ่อยครั้ง พร้อมเห็นว่าอนาคตหากจำเป็นต้องก่อสร้างรันเวย์ที่ 3 ทาง ผู้บริหารท่าอากาศยานไทย ก็ควรใช้วัสดุก่อสร้างรันเวย์ที่แข็งแรงกว่านี้
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายกับรันเวย์นั้น อาจเป็นเพราะการเร่งเปิดให้บริการสนามบิน ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายรัฐมนตรี เมื่อปี 2548
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ยังจะตรวจสอบเพิ่มเติม กรณีระบบเรดาห์ของหอบังคับการบินขัดข้องเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จนกระทบการขึ้นลงของเครื่องบิน พร้อมระบุว่า การที่ผู้บริหารบริษัทวิทยุการบินอ้างว่า ระบบไฟเรดาห์สำรองไม่ทำงานนั้นไม่สมเหตุสมผล พร้อมต้องการให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดที่กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งขึ้นตรวจสอบประเด็นนี้ให้ชัดเจน เพราะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
โครงการก่อสร้างรันเวย์ นับเป็นหนึ่งในหลายโครงการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ว่าจ้าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ เป็นผู้รับเหมาปรับปรุงคุณภาพดิน หรือ ถมทราย สำหรับฝั่งตะวันออก ต่อมาถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการประกวดราคาที่มีราคาสูงเกินความเป็นจริง การเร่งรัดลงนามสัญญาและการเปลี่ยนวัสดุบางส่วนจากทรายมาเป็นหินคลุกแทน
ขณะที่โครงการก่อสร้างรันเวย์ฝั่งตะวันออก ที่ปิดซ่อมอยู่ในขณะนี้ เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ มีกลุ่มวิจิตรภัณฑ์ -ประยูรวิศว์ เป็นผู้รับเหมา สนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2548 และเปิดใช้เชิงพาณิชย์ในอีก 1 ปีถัดมา
