" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news21072012/99736-imagepng-146121.png
ล่าสุด โรงภาพยนตร์ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสระงับการฉายเรื่องแบทแมน ภาคล่าสุดแล้ว ขณะที่บล็อกบัสเตอร์ ระบุว่า ภาพยนตร์เรื่องแบทแมน ตอนเดอะ ดาร์ค ไนท์ ไรเซส ตกอันดับจากบ๊อกซ์ ออฟฟิศ
ส่วนความคืบหน้าในการตรวจค้นที่พักของผู้ต้องสงสัย จนถึงขณะนี้ ตำรวจยังพยายามเข้าไปตรวจค้นอพาร์ตเม้นต์ที่ของผู้ต้องสงสัย แต่ต้องพบกับอุปสรรค เพราะภายในอพาร์ตเม้นต์ เต็มไปด้วยอุปกรณ์ระเบิด สายไฟ เหยือกที่เต็มไปด้วยอาวุธยุทธภัณฑ์ และเหยือกที่เต็มไปด้วยของเหลว ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปตรวจค้น และต้องสั่งอพยพผู้อยู่อาศัยรอบอพาร์ตเม้นต์
สำหรับผู้ต้องสงสัย คือ นายนายเจมส์ อีแกน โฮล์มส อายุ 24 ปี และไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เป็นนักศึกษาภาควิชาประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยโคโลราโด้ แต่กำลังถูกเพิกถอนการเรียนในภาควิชาประสาทวิทยาในระดับปริญญาเอก ซึ่งหัวหน้าตำรวจเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโดระบุว่าขณะก่อเหตุนายโฮล์มส ย้อมผมเป็นสีแดงและบอกว่าตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์ (Joker) ซึ่งเป็นตัวร้ายในหนังเรื่องแบทแมน
นอกจากนี้ ตำรวจยังเผยว่านายโฮล์มส ซื้อปืน 4 กระบอก และกระสุนอีก 6,000 นัด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจากร้านขายปืน 3 ร้าน และยังสั่งซื้อซองบรรจุกระสุนปืนที่มีคุณภาพสูง ผ่านทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ซึ่งการใช้ซองบรรจุกระสุนปืนนี้ ทำให้ลั่นกระสุนต่อเนื่องได้ 50-60 นัด สอดคล้องกับพยานที่กล่าวว่านายโฮล์มสกราดยิงผู้ชมในโรงภาพยนตร์ และเขาหยุดเพื่อบรรจุกระสุนปืนเท่านั้น
ตามกฎหมายของรัฐโคโลราโด เปิดช่องให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่ต้องขึ้นทะเบียน และการซื้อขายปืนก็ไม่ต้องใช้เวลานานมากนัก เพียงแค่ผู้ซื้ออาวุธปืนมีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม และผ่านเกณฑ์ 10 ข้อ เช่น ไม่เป็นผู้หลบหนีคดี หรือ เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฏหมาย ก็ซื้อปืนได้แล้ว
ช่องโหว่ของกฎหมายควบคุมการครอบครองอาวุธปืนจึงกลายเป็นประเด็นที่ชาวสหรัฐฯ ตั้งคำถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องทบทวนเรื่องนี้ ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการมีปืนไว้ในครอบครอง เรียกร้องให้ออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันเหตุสะเทือนขวัญในอนาคต เพราะแม้แต่นอร์เวย์ ซึ่งมีกฎหมายอาวุธปืนอย่างเข้มงวด ก็ยังเกิดเหตุนายอันเดรส เบรวิก ใช้ปื่นกราดยิงเมื่อปีที่แล้ว (2554)
ส่วนนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงเหตุโศกนาฎกรรมว่าเป็นการกระทำของปีศาจร้าย ที่ไร้เหตุผล และย้ำว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อนำคนผิดมาลงโทษทางกระบวนการยุติธรรม แต่นายบารักไม่ได้กล่าวถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนเลย เช่นเดียวกับนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ไม่ได้เอ่ยถึงการควบคุมอาวุธปืนแต่อย่างใดในระหว่างการหาเสียงเพื่อชิงชัยเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในปลายปีนี้ (2555)
ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฎกรรมและชาวเมืองออโรร่าหลายร้อยคน จุดเทียนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ๆ
