"โอบามา" สั่งเร่งจับกุมคนร้ายก่อเหตุกราดยิงปชช.ในโรงภาพยนตร์

ต่างประเทศ
14:23
จำนวนผู้ชม 50
Thai PBS
"โอบามา" สั่งเร่งจับกุมคนร้ายก่อเหตุกราดยิงปชช.ในโรงภาพยนตร์

หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงภาพยนตร์ที่เมืองออโรร่า รัฐโคโลราโด้ ของสหรัฐฯ ขณะฉายภาพยนตร์เรื่องแบทแมนภาคล่าสุด เดอะ ดาร์ค ไนท์ ไรเซส รอบปฐมทัศน์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คนและได้รับบาดเจ็บอีก 59 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วสหรัฐฯ ส่งสายตรวจไปดูแลความเรียบร้อยตามโรงภาพยนตร์ต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยายอมรับว่าการเลียนแบบ เป็นเรื่องจริง เพราะอาจมีแรงจูงใจอยู่แล้ว และเมื่อเห็นผู้ลงมือกระทำ ก็ยิ่งทำให้เป็นการกระตุ้นให้ก่อเหตุซ้ำขึ้นมาได้

ล่าสุด โรงภาพยนตร์ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสระงับการฉายเรื่องแบทแมน ภาคล่าสุดแล้ว ขณะที่บล็อกบัสเตอร์ ระบุว่า ภาพยนตร์เรื่องแบทแมน ตอนเดอะ ดาร์ค ไนท์ ไรเซส ตกอันดับจากบ๊อกซ์ ออฟฟิศ

ส่วนความคืบหน้าในการตรวจค้นที่พักของผู้ต้องสงสัย จนถึงขณะนี้ ตำรวจยังพยายามเข้าไปตรวจค้นอพาร์ตเม้นต์ที่ของผู้ต้องสงสัย แต่ต้องพบกับอุปสรรค เพราะภายในอพาร์ตเม้นต์ เต็มไปด้วยอุปกรณ์ระเบิด สายไฟ เหยือกที่เต็มไปด้วยอาวุธยุทธภัณฑ์ และเหยือกที่เต็มไปด้วยของเหลว ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปตรวจค้น และต้องสั่งอพยพผู้อยู่อาศัยรอบอพาร์ตเม้นต์

สำหรับผู้ต้องสงสัย คือ นายนายเจมส์ อีแกน โฮล์มส อายุ 24 ปี และไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เป็นนักศึกษาภาควิชาประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยโคโลราโด้ แต่กำลังถูกเพิกถอนการเรียนในภาควิชาประสาทวิทยาในระดับปริญญาเอก ซึ่งหัวหน้าตำรวจเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโดระบุว่าขณะก่อเหตุนายโฮล์มส ย้อมผมเป็นสีแดงและบอกว่าตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์ (Joker) ซึ่งเป็นตัวร้ายในหนังเรื่องแบทแมน

นอกจากนี้ ตำรวจยังเผยว่านายโฮล์มส ซื้อปืน 4 กระบอก และกระสุนอีก 6,000 นัด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจากร้านขายปืน 3 ร้าน และยังสั่งซื้อซองบรรจุกระสุนปืนที่มีคุณภาพสูง ผ่านทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ซึ่งการใช้ซองบรรจุกระสุนปืนนี้ ทำให้ลั่นกระสุนต่อเนื่องได้ 50-60 นัด สอดคล้องกับพยานที่กล่าวว่านายโฮล์มสกราดยิงผู้ชมในโรงภาพยนตร์ และเขาหยุดเพื่อบรรจุกระสุนปืนเท่านั้น

ตามกฎหมายของรัฐโคโลราโด เปิดช่องให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนไม่ต้องขึ้นทะเบียน และการซื้อขายปืนก็ไม่ต้องใช้เวลานานมากนัก เพียงแค่ผู้ซื้ออาวุธปืนมีอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี และไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม และผ่านเกณฑ์ 10 ข้อ เช่น ไม่เป็นผู้หลบหนีคดี หรือ เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฏหมาย ก็ซื้อปืนได้แล้ว

ช่องโหว่ของกฎหมายควบคุมการครอบครองอาวุธปืนจึงกลายเป็นประเด็นที่ชาวสหรัฐฯ ตั้งคำถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องทบทวนเรื่องนี้ ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการมีปืนไว้ในครอบครอง เรียกร้องให้ออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันเหตุสะเทือนขวัญในอนาคต เพราะแม้แต่นอร์เวย์ ซึ่งมีกฎหมายอาวุธปืนอย่างเข้มงวด ก็ยังเกิดเหตุนายอันเดรส เบรวิก ใช้ปื่นกราดยิงเมื่อปีที่แล้ว (2554)

ส่วนนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงเหตุโศกนาฎกรรมว่าเป็นการกระทำของปีศาจร้าย ที่ไร้เหตุผล และย้ำว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อนำคนผิดมาลงโทษทางกระบวนการยุติธรรม แต่นายบารักไม่ได้กล่าวถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนเลย เช่นเดียวกับนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ไม่ได้เอ่ยถึงการควบคุมอาวุธปืนแต่อย่างใดในระหว่างการหาเสียงเพื่อชิงชัยเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในปลายปีนี้ (2555)

ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฎกรรมและชาวเมืองออโรร่าหลายร้อยคน จุดเทียนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ๆ