ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ “วอชิงตัน ดี.ซี.” อัปเกรดกล้อง AI, เลเซอร์ใหม่

27 พ.ย. 674 นาที27 พ.ย. 67

รอบ ๆ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เขตเมืองหลวงแห่งชาติ (National Capital Region: NCR) ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหนึ่งในน่านฟ้าที่มีการป้องกันภัยทางอากาศดีที่สุดในโลก โดยส่วนหนึ่งใช้ระบบป้องกันภัยซึ่งถูกติดตั้งหลังคาอาคาร - ตึก

ขนาดตัวอักษร

รอบ ๆ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เขตเมืองหลวงแห่งชาติ (National Capital Region: NCR) ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหนึ่งในน่านฟ้าที่มีการป้องกันภัยทางอากาศดีที่สุดในโลก โดยส่วนหนึ่งใช้ระบบป้องกันภัยซึ่งถูกติดตั้งหลังคาอาคาร - ตึก เพื่อคอยจับตาดูท้องฟ้าและป้องกันภัยคุกคามทางอากาศ ปัจจุบันระบบป้องกันภัยนี้กำลังได้รับการอัปเกรดด้วยระบบกล้อง AI ใหม่ที่สามารถระบุผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับอนุญาตได้อย่างรวดเร็วและแจ้งเตือนด้วยลำแสงเลเซอร์

An Enhanced Regional Situational Awareness system camera part of the integrated air defense system that monitors the skies over the National Capital Region is set up for a demonstration at a warehouse at Joi ภาพจาก Katie Lange, DOD

ทั้งนี้ เขตเมืองหลวงแห่งชาติ (NCR) ได้รับการปกป้องโดยระบบป้องกันภัยที่พัฒนา - มีความเข้มข้นมากขึ้นในปัจจุบัน โดยมี Air National Guard units ที่หมุนเวียนมาทำหน้าที่สกัดกั้น เปลี่ยนเส้นทาง หรือหากจำเป็น ก็ทำลายเครื่องบินที่บินเข้ามาในพื้นที่

ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวต้องใช้ความรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินเจ็ตที่บินด้วยความเร็วเกือบเหนือเสียง แม้ระบบเรดาร์นั้นจะดีมากในการตรวจจับและติดตามผู้บุกรุก แต่การระบุตัวตนของผู้บุกรุกอาจยังไม่ดีเท่าที่ควร และจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่หากผู้บุกรุกไม่สามารถหรือปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ

A team from Teleidoscope demonstrates upgraded electro-opticalinfrared cameras with enhanced capabilities to improve airspace awareness in California Aug. 16 2021. ภาพจาก Courtesy of Defense Innovation Unit

ด้วยเหตุนี้ ระบบซึ่งประกอบด้วยกล้องและเลเซอร์หลายตัวที่เรียกว่าระบบ “ERSA” (Enhanced Regional Situational Awareness) โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการป้องกันแบบบูรณาการ เพื่อเชื่อมต่อการป้องกันไปยังเครื่องบินขับไล่ ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ หรืออาวุธต่อต้านโดรน ด้วยการใช้กล้องที่มองเห็นท้องฟ้าชัดเจนและอินฟราเรดที่สามารถระบุผู้บุกรุก ขณะที่เลเซอร์ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะทางและระดับความสูงเพื่อช่วยในการวิเคราะห์

ภายใต้สัญญาการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ERSA จะได้รับการอัปเกรดด้วยกล้องความละเอียดสูงที่ผลิตโดย Teleidoscope เพื่อแทนที่กล้องรุ่นเก่ากว่าสองทศวรรษ ซึ่งกล้องเหล่านี้มีความคมชัดสูงแม้ระยะที่ส่องมองท้องฟ้าจะขยายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการตรวจจับและปรับสีด้วยอินฟราเรดเพื่อให้เป้าหมายโดดเด่นแตกต่างแม้ผู้บุกรุกจะอยู่ใกล้แหล่งความร้อน รวมถึงการใช้ Machine Learning ช่วยระบุเป้าหมายโดยอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

Two older-model camera displays that were once used to monitor the skies over the National Capital Region are on display in a warehouse at Joint Base Anacostia-Bolling in Washington Sept. 12 2024. ภาพจาก Katie Lange, DOD

หลังจากที่ AI ระบุตัวตนผู้บุกรุกเบื้องต้นแล้ว ผู้ปฏิบัติการสามารถยืนยันหรือยับยั้งข้อมูลดังกล่าวและตัดสินใจตอบสนองอย่างเหมาะสม โดยอาจรวมถึงการเตือนผู้บุกรุกด้วยวิทยุ ใช้เลเซอร์เป็นคำเตือนด้วยภาพ เรียกเครื่องบินขับไล่ให้คุ้มกันเครื่องบินออกจากพื้นที่จำกัด หรือยิงเครื่องบินให้ตก ซึ่งตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of Defense) การเตือนด้วยเลเซอร์ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เนื่องจากมีประสิทธิภาพและประหยัดกว่าการใช้เครื่องบินขับไล่ขึ้นบินตามประกบผู้บุกรุก

จ่าสิบเอก Kendrick Wilburn แห่งกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทหารหน่วย Air National Guard units ของนิวยอร์ก กล่าวว่า เครื่องบินที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจะทราบดีว่าเมื่อเห็นเลเซอร์สีแดง-เขียว เครื่องบินจะต้องหันหัวไปทางอื่นที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของเขตจำกัดการบิน (SFRA) โดยเร็วที่สุด และติดต่อองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA (Federal Aviation Administration) ทันทีเพื่อพยายามหาสาเหตุว่าทำไมจึงถูกยิงเลเซอร์ใส่ ซึ่งมีหลายครั้งที่ตนเองใช้เลเซอร์นี้ และ (ผู้ฝ่าฝืน) ก็ตอบสนองต่อเลเซอร์นี้ หากไม่มีทางเลือกนี้ อาจจำเป็นต้องมีการส่งเครื่องบินทหารออกบินเพื่อประกบผู้บุกรุก ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนสูงกว่ามาก

ขณะนี้มีการติดตั้งกล้องใหม่ 2 ตัว และคาดว่าจะเปิดตัวอีก 7 ตัวในปีหน้า (2025)


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : U.S. Department of Defense

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

หยอดตาไร้แรงโน้มถ่วง! แผ่นแปะส่งยาในอวกาศ ช่วยนักบินอวกาศและผู้สูงวัยวิทยาศาสตร์

หยอดตาไร้แรงโน้มถ่วง! แผ่นแปะส่งยาในอวกาศ ช่วยนักบินอวกาศและผู้สูงวัย

ทีมนักวิจัยเกาหลีใต้พัฒนา "แผ่นแปะรอบดวงตา" ช่วยส่งยาเข้าสู่ดวงตาได้อย่างแม่นยำในสภาวะไร้น้ำหนัก หวังช่วยแก้ปัญหาการรักษาสุขภาพตาของนักบินอวกาศแล้ว และต่อยอดช่วยผู้สูงอายุให้ใช้งานยารักษารอบดวงตาได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

31 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
12 วัตถุท้องฟ้าสุดหลอน ต้อนรับคืนฮาโลวีนอวกาศ

12 วัตถุท้องฟ้าสุดหลอน ต้อนรับคืนฮาโลวีน

NARIT เปิดลิสต์ 12 วัตถุทางดาราศาสตร์สุดหลอน ในห้วงอวกาศ ทั้ง เนบิวลาหัวกะโหลก, มือแห่งพระเจ้า, เนบิวลาหัวแม่มด ไปจนถึง กาแล็กซีผี ไปดูความลับของซากซูเปอร์โนวา และปรากฏการณ์จักรวาลที่สวยงามแต่แฝงด้วยความลึกลับต้อนรับคืนวันปล่อยผี!

31 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ส่งกลิ่นออนไลน์! AI ตรวจจับ 5 กลิ่น ก่อนสร้างกลิ่นจำลองส่งตรงถึงปลายทางวิทยาศาสตร์

ส่งกลิ่นออนไลน์! AI ตรวจจับ 5 กลิ่น ก่อนสร้างกลิ่นจำลองส่งตรงถึงปลายทาง

“เซนโทรนิก” (Scentronic) เทคโนโลยีที่ผสานจมูกอิเล็กทรอนิกส์และ AI เพื่อตรวจจับ วิเคราะห์ และส่งผ่านข้อมูลกลิ่นข้ามเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมจำลองกลิ่นส่งต่อปลายทางให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสกลิ่นหอมของอาหารหรือกาแฟได้ทันทีผ่านหน้าจอ

29 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
โดรนติดหนวด! โดรนจิ๋วติดตั้ง "หนวดสังเคราะห์" เลียนแบบหนู บินสำรวจที่มืดด้วยการสัมผัสเทคโนโลยี

โดรนติดหนวด! โดรนจิ๋วติดตั้ง "หนวดสังเคราะห์" เลียนแบบหนู บินสำรวจที่มืดด้วยการสัมผัส

นักวิจัยพัฒนาหนวดสัมผัสเลียนแบบหนู ช่วยให้โดรนขนาดเล็กตรวจจับสิ่งกีดขวางและนำทางในพื้นที่มืดได้โดยไม่ต้องพึ่งกล้อง เทคโนโลยีนี้อาจต่อยอดสู่การสำรวจซากอาคาร ถ้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยที่การมองเห็นมีข้อจำกัดได้

29 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →