ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

Vacutainer หรือหลอดเก็บเลือดหลากสี ต่างกันอย่างไร?


แชร์

Vacutainer หรือหลอดเก็บเลือดหลากสี ต่างกันอย่างไร?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3094

Vacutainer หรือหลอดเก็บเลือดหลากสี ต่างกันอย่างไร?

หลายคนที่เคยไปเจาะเลือดตรวจร่างกายหรือบริจาคเลือดอาจจะเคยเห็นหลอดเก็บเลือดหลากหลายสี ไม่ว่าจะเป็นแดง ม่วง เขียว หรือฟ้า ซึ่งต่อเข้ากับสายเจาะเลือด รู้หรือไม่ว่าหลอดเก็บเลือดหลากสีเรียกว่า Vacutainer และแต่ละสีมีการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยข้างในหลอดแต่ละสีอาจมีสารผสม (Additives) ที่แตกต่างกัน ซึ่งใช้ในการตรวจเลือดแตกต่างกัน

หลอดเก็บเลือดสุญญากาศที่เรียกว่า Vacutainer มีหลายสี ซึ่งใช้ต่างกัน

Vacutainer เป็นการผสมคำระหว่าง “Vacuum” ที่แปลว่าสุญญากาศและ “Container” ที่แปลว่าที่เก็บ รวมกันเป็นหลอดเก็บสุญญากาศ ซึ่งนำมาใช้สำหรับการเก็บเลือด ภายในหลอดจะอยู่ในสภาวะสุญญากาศเพื่อป้องกันปฏิกิริยาระหว่างเลือดที่เก็บกับอากาศ

Vacutainer สามารถนำมาใช้ในการเก็บเลือดเพียงหลอดเดียวก็ได้ เช่น สำหรับการเจาะเลือดไปตรวจเลือดเพียงประเภทเดียว เข็มสำหรับการเจาะเลือดจะเป็นเข็มสองด้าน ด้านหนึ่งจะเสียบเข้ากับ Vacutainer ซึ่งบริเวณด้านบนเป็นยางสำหรับซีลสุญญากาศ ส่วนเข็มอีกด้านใช้เจาะเลือดจากเส้นเลือด

หลาย ๆ ครั้ง อาจต้องมีการเก็บเลือดไปตรวจหลายรายการพร้อม ๆ กันในการเจาะเลือดครั้งเดียว จึงอาจใช้สายเจาะเลือดที่ต่อเข้ากับหลอด Vacutainer หลาย ๆ หลอด เช่น ในกรณีของการบริจาคเลือดที่นอกจากเลือดจะไหลเข้าถุงเลือดแล้ว เลือดบางส่วนก็จะไหลเข้าหลอด Vacutainer เพื่อนำไปใช้ในการตรวจเลือดด้วย

ภาพขณะกำลังเก็บเลือดระหว่างการบริจาคเลือดเข้าหลอด Vacutainer เพื่อนำเลือดไปตรวจเพิ่มเติม

แล้วหลอด Vacutainer แต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร? ในหลอด Vacutainer แต่ละสีมีสารเติมแต่ง (Additives) ที่แตกต่างกัน ซึ่งสารเติมแต่งเหล่านี้อยู่ในรูปของแผ่นเคลือบบาง ๆ บนผนังของหลอดเก็บเลือด

สีแรกที่ควรรู้ก็คือหลอดสีแดง ในหลอดสีแดง ไม่มีสารเติมแต่งใด เลือดจึงสามารถแข็งตัว (Clot) ตามปกติได้ สามารถนำไปปั่นเหวี่ยง (Centrifuge) เพื่อแยกเซรัม (Serum) ออกจากเลือดได้เพื่อนำไปตรวจต่อ เช่น ตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) หรือสารบ่งชี้ (Markers) ทางชีวเคมี เช่น ค่ามะเร็ง (Cancer Marker)

สีม่วงเป็นอีกสีที่สำคัญ ภายในหลอดสีม่วงมีสารเติมแต่งที่เรียกว่า “EDTA” ซึ่งเป็นสารต้านการแข็งตัวของเลือด ใช้สำหรับการนำเลือดไปตรวจ Complete Blood Count (CBC) เพื่อนับเม็ดเลือดทุกชนิด เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว วิเคราะห์รูปร่างและขนาดของเม็ดเลือด (Flow Cytometry) และสามารถนำไปใช้ในการตรวจ Coombs Test เพื่อวิเคราะห์ภาวะเม็ดเลือดแตกตัวจากการตอบสนองของภูมิคุ้ม (Hemolytic Anemia)

สีฟ้าอ่อน มีสารที่เรียกว่า Sodium Citrate ซึ่งเป็นสารต้านการแข็งตัวของเลือดแบบอ่อน ๆ หลอดสีฟ้าอ่อนใช้ในการวิเคราะห์เวลาที่เลือดใช้แข็งตัว (Coagulation) เช่น Prothrombin Time สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดกลุ่มวาร์ฟาริน (Warfarin) Partial Thromboplastin Time สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดกลุ่มเฮพาริน (Heparin) และ Thrombin Time สำหรับตรวจสอบความสามารถในการเปลี่ยนจากสภาพของเหลวเป็นลิ่มเลือด และคำนวณค่า International Normalized Ratio (INR) ซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถในการแข็งตัวของเลือด เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเลือดออก

สีทอง มีสารสำหรับกระตุ้นการแข็งตัวของเลือด (Clot Activator) ใช้ในการแยกเซรัมออกจากเลือด โดยเซรัมที่แยกได้มักจะนำไปตรวจทางภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน หรือภูมิคุ้มกัน (Immunoglobulin) เช่น ตรวจหาเชื้อไวรัส HIV หรือเชื้อไวรัสตับอักเสบ ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ ตรวจแอนติบอดีชนิดต่าง ๆ เป็นต้น

สีเขียวอ่อน มีสารต้านการแข็งตัวของเลือดที่เรียกว่า Lithium Heparin ใช้ในการตรวจเกลือแร่ในเลือด (Electrolytes) เช่น Ca2+ Mg2+ และฟอสเฟต (Phosphate) ในเลือด รวมถึงเอนไซม์หัวใจ (Cardiac Enzyme) เอนไซม์ตับ เช่น Amylase และค่าไขมัน

สีชมพู ซึ่งมี K2 EDTA เป็นสารต้านการแข็งตัวของเลือด มักใช้ในการจับคู่หมู่เลือด (Crossmatch) สำหรับการเก็บเลือดในธนาคารเลือด

สีของ Vacutainer ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น นอกจากสีข้างต้นแล้วยังมีสีของหลอด Vacutainer อื่น ๆ อีกซึ่งมีการนำไปใช้ตรวจแตกต่างกัน ทั้งนี้นอกจากจะทำให้การแบ่งเลือดง่ายขึ้นแล้ว ยังป้องกันการสลับหลอดเก็บเลือดหรือใช้สารเติมแต่งผิดประเภทอีกด้วย

การเจาะเลือดเข้าหลอด Vacutainer สามารถทำได้ด้วยการใช้เข็มเจาะเลือดสุญญากาศ

อีกความรู้ที่น่าสนใจคือลำดับในการเก็บเลือดในหลอดแต่ละสี เนื่องจากหลอดแต่ละสีมีความสำคัญในการตรวจที่ต่างกัน หลอดเก็บเลือดจึงมีลำดับในการเก็บเลือดด้วย หลอดสีฟ้าซึ่งเป็นหลอดที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดมักจะใช้งานก่อน เนื่องจากทันทีที่เลือดไหลออกจากหลอดเลือด เลือดจะเริ่มแข็งตัว จึงอาจทำให้ค่าเวลาในการแข็งตัวของเลือดคลาดเคลื่อนได้หากเก็บเลือดในหลอดสีฟ้าช้าเกินไป

หลอดเลือดหลังจากถูกนำไปปั่นเพื่อแยกเม็ดเลือดออกจากเซรัม

นอกจากนี้ สารเติมแต่งบางอย่างอาจมีผลต่อการตรวจอื่น ๆ ดังนั้นหลอดเก็บเลือดแต่ละสีจึงวางเรียงลำดับให้มีสารเติมแต่งที่จะไม่มีผลต่อการตรวจเลือดในหลอดสีถัด ๆ ไปเพื่อป้องกันโอกาสของการปนเปื้อนของสารเติมแต่งระหว่างหลอดเก็บเลือด ซึ่งอาจทำให้เลือดไม่สามารถใช้ตรวจได้นั่นเอง

เรียบเรียงโดย 
Chottiwatt Jittprasong
Prince of Wales Hospital
Department of Orthopaedics and Traumatology
Faculty of Medicine, The Chinese University of Hong Kong


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Vacutainerหลอดเก็บเลือดเจาะเลือดสายเจาะเลือดเจาะเลือดตรวจร่างกายตรวจร่างกายผู้บริจาคเลือดอุปกรณ์การแพทย์อุปกรณ์ทางการแพทย์วิทย์น่ารู้วิทยาศาสตร์น่ารู้วิทยาศาสตร์Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Science
Thai PBS Sci & Tech

ผู้เขียน: Thai PBS Sci & Tech

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความ NOW แนะนำ

ข่าวล่าสุด