ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
คืน 14 ธ.ค. สองทุ่มถึงตีสองครึ่ง! ชวนยล “ฝนดาวตกเจมินิดส์” ตกสูงสุด 150 ดวง/ชั่วโมง
เทคโนโลยี

คืน 14 ธ.ค. สองทุ่มถึงตีสองครึ่ง! ชวนยล “ฝนดาวตกเจมินิดส์” ตกสูงสุด 150 ดวง/ชั่วโมง

จิราภพ ทวีสูงส่ง12 ธ.ค. 682 นาที12 ธ.ค. 68

คืนวันที่ 14 ธ.ค. 68 ถึงเวลา 02:30 น. วันที่ 15 ธ.ค. 68 สายดาราศาสตร์ ไม่ควรพลาด! ชวนดู “ฝนดาวตกเจมินิดส์” (Geminids) พื้นที่มืดสนิทสามารถดูได้ด้วยตาเปล่า

ขนาดตัวอักษร

คืนวันที่ 14 ธ.ค. 68 ถึงเวลา 02:30 น. วันที่ 15 ธ.ค. 68 สายดาราศาสตร์ ไม่ควรพลาด! ชวนดู “ฝนดาวตกเจมินิดส์” (Geminids) พื้นที่มืดสนิทสามารถดูได้ด้วยตาเปล่า

“ฝนดาวตกเจมินิดส์” (Geminids) ภาพจาก NASA

คืนวันที่ 14  ถึงเช้า 15 ธ.ค. 68 “ฝนดาวตกเจมินิดส์” (Geminids) จะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 150 ดวง/ชั่วโมง มีศูนย์กลางการกระจายตัวของฝนดาวตกอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ รอชมปรากฏการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงที่กลุ่มดาวคนคู่ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลาประมาณ 20:00 น. เป็นต้นไป จนถึงเวลา 02:30 น. หลังจากนั้นมีแสงจันทร์รบกวน

ทั้งนี้ ในคืนวันที่ 13 - รุ่งเช้า 14 ธ.ค. ก็สามารถลุ้นชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ได้เช่นกัน โดยจะเริ่มมีแสงจันทร์รบกวนตั้งแต่เวลาประมาณ 01:40 น. เป็นต้นไป และในคืนวันที่ 14 - รุ่งเช้า 15 ธ.ค. จะเป็นคืนที่คาดการณ์ว่ามีอัตราการตกสูงที่สุด

“ฝนดาวตกเจมินิดส์” (Geminids) ภาพจาก iac

ผู้สนใจชมฝนดาวตก สามารถเลือกชมได้ตามวันเวลาที่สะดวก โดยเลือกพื้นที่โล่ง และมืดสนิท ห่างไกลจากแสงของตัวเมือง เช่น ลานกว้างบนภูเขา เนินสูง พื้นที่ราบ อ่างเก็บน้ำ ฯลฯ หากฟ้าใสไร้เมฆ สามารถดูได้ทุกภูมิภาคทั่วไทย แนะนำให้นอนชม เพื่อให้กวาดสายตามองดาวตกได้รอบทิศทาง

“ฝนดาวตกเจมินิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่” เป็นฝนดาวตกที่เกิดในช่วงระหว่างวันที่ 4 - 20 ธันวาคม ของทุกปี เกิดจากการที่โลกเคลื่อนผ่านเข้าไปในสายธารเศษหินและฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200 Phaethon) ที่หลงเหลือทิ้งไว้เมื่อครั้งเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านสายธารดังกล่าว แรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงดูดเศษหินและฝุ่นเหล่านั้นเข้ามาในชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดการเสียดสีและเผาไหม้ ปรากฏให้ผู้สังเกตการณ์บนโลกเห็นเป็นลำแสงคล้ายลูกไฟสว่างวาบเคลื่อนผ่านท้องฟ้า หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ (Fireball) ซึ่ง “ฝนดาวตก” จะแตกต่างจาก “ดาวตก” ทั่วไป คือเป็นดาวตกที่มีทิศทางเหมือนมาจากจุด ๆ หนึ่งบนท้องฟ้า เรียกว่า จุดศูนย์กลางการกระจายตัว (Radiant) เมื่อจุดศูนย์กลางการกระจายตัวอยู่ใกล้บริเวณกลุ่มดาวใด ก็จะเรียกชื่อฝนดาวตกตามกลุ่มดาวนั้น ๆ


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

บูรณาการเตือนภัย! 4 Big Tech ภาครัฐ ผนึก “ดวงตาจากอวกาศ” สู้วิกฤตโลกรวนเทคโนโลยี

บูรณาการเตือนภัย! 4 Big Tech ภาครัฐ ผนึก “ดวงตาจากอวกาศ” สู้วิกฤตโลกรวน

ท่ามกลางวิกฤตความแปรปรวนทางสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรง บทเรียนจากภัยธรรมชาติหลายครั้งที่ผ่านมาสะท้อนว่า "ข้อมูลที่กระจัดกระจายและความล่าช้าในการแจ้งเตือน" คืออุปสรรคสำคัญที่สุดในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

15 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ตัวเล็กแต่เรียนรู้ไว! หุ่นยนต์ AI สองขา ฝึกเดิน-หยิบของได้เองเทคโนโลยี

ตัวเล็กแต่เรียนรู้ไว! หุ่นยนต์ AI สองขา ฝึกเดิน-หยิบของได้เอง

หุ่นยนต์ AI รูปร่างคล้ายเป็ดจิ๋ว สามารถเรียนรู้การเดิน หยิบของ และลุกขึ้นเองเมื่อล้ม โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดต้นทุนการทดลอง และเปิดโอกาสให้นักพัฒนา และผู้สนใจเรียนรู้การสร้าง Physical AI ได้ง่ายขึ้น

15 ก.ย. 69|5 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยังเทคโนโลยี

Wi-Fi 8 คืออะไร แล้วเราต้องเปลี่ยนมาใช้ Wi-Fi 8 หรือยัง

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Wi-Fi 7 ในอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะในสมาร์ตโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป หรือเราเตอร์กันบ้าง และรู้สึกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำสมัยในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

14 ก.ย. 69|6 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →