หุ่นยนต์ AI รูปร่างคล้ายเป็ดจิ๋ว สามารถเรียนรู้การเดิน หยิบของ และลุกขึ้นเองเมื่อล้ม โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดต้นทุนการทดลอง และเปิดโอกาสให้นักพัฒนา และผู้สนใจเรียนรู้การสร้าง Physical AI ได้ง่ายขึ้น
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือการพิมพ์โต้ตอบข้อความอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่การปฏิสัมพันธ์กับโลกจริงหรือที่เรียกว่า "Physical AI" โดยมีรูปร่างคล้ายหุ่นยนต์เป็ดขนาดเล็กกะทัดรัด ความสูงเพียง 25 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่ถึง 800 กรัม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบเปิด (Open Source)
หุ่นยนต์รุ่นนี้สามารถฝึกฝนทักษะการเคลื่อนไหวและการหยิบจับสิ่งของได้เองผ่านการจำลองในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วนำมาประยุกต์ใช้งานในโลกจริงได้อย่างแม่นยำ

นวัตกรรมเป็ดจิ๋ว เรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก
โดยทั่วไปแล้ว การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์หรือหุ่นยนต์เดินสองขาขนาดใหญ่ มักมีต้นทุนที่สูงและเสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายเมื่อเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการทดสอบ แต่สำหรับหุ่นยนต์เป็ดจิ๋วนี้ ทีมผู้พัฒนาได้ออกแบบให้มีความสูงเพียง 25 เซนติเมตร พร้อมติดตั้งมอเตอร์ 15 ตัว เซนเซอร์วัดระยะทางด้วยแสง (LiDAR) กล้องหน้า และเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (IMU) เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้รอบด้าน
จุดเด่นสำคัญอยู่ที่กระบวนการเรียนรู้แบบตอบสนอง (Reinforcement Learning) ผู้พัฒนาสามารถฝึกหัดทักษะต่าง ๆ เช่น การก้าวเดิน การทรงตัว หรือการใช้ปากกริปเปอร์ทรงเป็ดเพื่อหนีบและหยิบของ ผ่านโปรแกรมจำลองบนคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นจึงส่งชุดคำสั่งนั้นไปยังหุ่นยนต์จริง หากหุ่นยนต์เดินล้ม มันจะสามารถวิเคราะห์มุมและลุกขึ้นยืนใหม่ได้ด้วยตัวเอง ช่วยให้การทดลองมีความปลอดภัยและทำได้อย่างต่อเนื่อง
การทดสอบบนแพลตฟอร์ม Open Source
ผลงานการสร้างสรรค์นี้เป็นของทีมวิศวกรจาก Pollen Robotics สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับ Hugging Face บริษัทแพลตฟอร์มและชุมชนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา

งานวิจัยและกระบวนการพัฒนาโครงสร้างระบบได้รับการเผยแพร่ผ่านช่องทางวิชาการและระบบคลังรหัสเปิด (Open-source Repository) ของ Hugging Face เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัย วิศวกร และนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วโลก นำซอฟต์แวร์ประมวลผลการเคลื่อนที่และโมเดลการเรียนรู้ไปต่อยอดและทดลองใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์พัฒนาหุ่นยนต์ได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการเขียนโค้ดสั่งการมอเตอร์แต่ละตัว
เปลี่ยน AI โต้ตอบเป็น AI ที่ลงมือทำจริง
ในอดีต หุ่นยนต์ขนาดเล็กบนโต๊ะทำงานมักเน้นการปฏิสัมพันธ์ผ่านเสียงหรือสัญลักษณ์ท่าทาง เช่น การโต้ตอบบทสนทนา หรือการฟังคำสั่งเสียง แต่เทคโนโลยีใหม่นี้เปลี่ยนเป้าหมายจากการ "โต้ตอบ" ไปสู่การ "ลงมือทำ" (Action-oriented AI)
ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ หุ่นยนต์ไม่ได้ถูกล็อกให้อยู่กับที่ แต่สามารถเดินสำรวจพื้นที่ นั่ง ย่อตัว ใส่ล้อสเกตเพื่อไถล หรือแม้แต่ทำงานร่วมกันหลายตัว เช่น การแย่งลูกบอล หรือการแข่งกันเดิน นอกจากนี้ โครงสร้างระบบเปิดยังช่วยให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถปรับแต่งเสียง ท่าทาง และรูปแบบการตอบสนอง ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างอิสระ
การทดสอบหุ่นยนต์ AI ที่เข้าถึงง่าย
นวัตกรรมนี้ช่วยทลายกำแพงเรื่องราคาและสถานที่ในการเรียนรู้เทคโนโลยีขั้นสูง ในอดีต การศึกษาพฤติกรรมของหุ่นยนต์เดินสองขาจำเป็นต้องใช้ห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่พร้อมงบประมาณมหาศาล แต่เทคโนโลยีใหม่นี้ทำให้ห้องเรียน โรงเรียน หรือแม้แต่โต๊ะทำงานที่บ้าน สามารถกลายเป็นห้องทดลอง AI กายภาพได้ทันที

สำหรับนักพัฒนาและผู้สนใจแล้ว เทคโนโลยีนี้จะช่วยเร่งการทดสอบอัลกอริทึมสำหรับหุ่นยนต์ที่ต้องทำงานในชีวิตจริง เช่น หุ่นยนต์จัดเก็บสินค้าในคลัง หุ่นยนต์สำรวจภัยพิบัติ หรือหุ่นยนต์ช่วยเหลือในบ้าน โดยเริ่มจากการฝึกทักษะพื้นฐานในหุ่นยนต์ขนาดเล็ก ก่อนนำหลักการไปประยุกต์ใช้กับหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรม
การเกิดขึ้นของหุ่นยนต์เรียนรู้ได้เองนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวข้ามจากโลกดิจิทัลเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงอย่างเป็นรูปธรรม การรวมกันระหว่างกลไกขนาดเล็ก ระบบเรียนรู้ทดลองผ่านแบบจำลอง และการแบ่งปันโค้ดแบบเปิด จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมหุ่นยนต์แห่งอนาคตได้ง่ายขึ้น
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: microduck, newatlas, popsci
ที่มาภาพ: microduck
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



